NOBLE ลุยเปิดโครงการใหม่ปักเป้ายอดขาย1.53หมื่นล.

#NOBLE #ทันหุ้น - NOBLE ปักธงยอดขายปี 2569 แตะ 1.53 หมื่นล้านบาท ยอดโอน 1.04 หมื่นล้านบาท เตรียมเปิดตัว 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1.4 หมื่นล้านบาท ชี้สถานการณ์ตะวันออกกลางมองเป็นโอกาสให้คนในพื้นที่หาที่พักใหม่
นายศิระ อุดล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย รับจ้างก่อสร้าง ให้เช่าและให้บริการ เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 15,322 ล้านบาท และเป้าหมายยอดโอนไว้ที่ 10,486 ล้านบาท
โดยแบ่งเป็นคอนโดมิเนียมมียอดขาย 13,123 ล้านบาท คิดเป็น 86% ของเป้าหมายรวม และยอดโอน 8,121 ล้านบาท คิดเป็น 77% ของเป้าหมายรวม จากทั้งหมด 19 โครงการ ที่ดำเนินการอยู่และเป็นโครงการแนวราบมียอดขาย 2,199 ล้านบาท คิดเป็น 14% ของเป้าหมายรวม และยอดโอน 2,364 ล้านบาท คิดเป็น 23% ของเป้าหมายรวม จาก 12 โครงการที่ดำเนินการอยู่
@เปิด 4 โครงการใหม่
ทั้งนี้บริษัทได้มีแผนเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 14,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 10,300 ล้านบาท โดยเป็นโครงการ High-Rise คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมที่เป็นจุดเน้นหลักในปีนี้ มีจำนวน 358 ยูนิต มูลค่า 6,415 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 3/2569
และเป็นโครงการ Low-Rise คอนโดมิเนียมในหัวหิน จำนวน 118 ยูนิต มูลค่า 3,842 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 4/2569
ส่วนที่เหลือ 2 โครงงาน จะเป็นแนวราบมูลค่ารวม 3,600 ล้านบาท ได้แก่ Nue Wood Westgate บ้านเดี่ยวจำนวน 51 ยูนิต มูลค่า 894 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 2/2569 และNue Scape Bangna บ้านเดี่ยวจำนวน 179 ยูนิต มูลค่า 2,761 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 3/2569 ทั้ง 4 โครงการใหม่ บริษัทมีที่ดินพร้อมอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีความมั่นใจในทำเลคอนโดมิเนียมในเมืองและที่หัวหินว่ายังมีดีมานด์ที่แข็งแกร่งในขณะที่ซัพพลายใหม่มีจำกัด
@บริหารความเสี่ยง
ขณะที่ในสถานการณ์ในตะวันออกกลาง มองว่าเป็นทั้งความท้าทายและโอกาส ที่อาจกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้าง แต่บริษัทได้บริหารจัดการต้นทุนไว้ล่วงหน้าแล้ว รวมถึงอาจเป็นโอกาสเนื่องจากกลุ่มลูกค้าจากตะวันออกกลางอาจมองหาที่พำนักสำรองในต่างประเทศ ซึ่งไทยถือว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมาย
อย่างไรก็ดีในปี 2569 บริษัทยังมีความระมัดระวังในการดำเนินงานมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค และความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นกลยุทธ์ในปี 2569 จึงเน้นไปที่การดูแลลูกค้าและใช้ปัจจัยส่งเสริมด้านราคาที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น
ทั้งนี้บริษัทเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมลูกค้า ที่ปัจจุบันนิยมโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ มากกว่าการซื้อตั้งแต่เริ่มเปิดตัว ทำให้แผนการเปิดโครงการในปี 2569 ซึ่งจะมีการเตรียมความพร้อมด้านการก่อสร้างและการบริหาร Inventory ให้สอดคล้องกับความต้องการรวมถึงมีการนำเสนอรูปแบบการชำระเงินที่ยืดหยุ่น เช่น Deferred Payment เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
