รีเซต

จับตาสงครามตะวันออกกลาง-ทิศทางดอกเบี้ยเฟด แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตสู้ความผันผวน

จับตาสงครามตะวันออกกลาง-ทิศทางดอกเบี้ยเฟด แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตสู้ความผันผวน
TNN ช่อง16
9 เมษายน 2569 ( 11:19 )
11

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก แม้จะเข้าสู่ช่วงการหยุดยิงชั่วคราว แต่บรรยากาศโดยรวมยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน TNN WEALTH ได้สรุปประเด็นจากการสัมภาษณ์ของคุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เพื่อเป็นแนวทางในการปรับกลยุทธ์การลงทุน

ทิศทางสงครามตะวันออกกลางและการเจรจา

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังคงมีความซับซ้อนและต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

  • การหยุดยิงในปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าสงครามได้สิ้นสุดลง และสถานการณ์โดยรวมยังคงมีความเปราะบางสูง

  • กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเลบานอนอย่างหนัก โดยมีเป้าหมายหลักคือการยึดพื้นที่ตอนใต้ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

  • การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับอิหร่านเป็นอย่างมาก จนเกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

  • นายชาบาส ชารีฟ นายกรัฐมนตรีของปากีสถาน ได้พยายามทำหน้าที่เป็นตัวกลางและโพสต์ข้อความผ่าน X (ทวิตเตอร์) ถึงแนวทางการหยุดยิงในทุกพื้นที่ แต่อิสราเอลได้ออกมายืนยันว่าจะไม่นับรวมพื้นที่เลบานอนเข้าสู่ข้อตกลงนี้

  • ทางด้านสหรัฐอเมริกาได้แสดงท่าทีสงวนตัวและถอยห่างออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าสงครามไม่ได้มีพัฒนาการที่เลวร้ายลงไปกว่าเดิม

  • นักวิเคราะห์มองว่าการเจรจาในรอบนี้มีความหวังสูง เนื่องจากมีตัวกลางระดับนานาชาติเข้ามาช่วยประสานงานผลักดันเป็นจำนวนมาก อาทิ จีน ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี อียิปต์ กาตาร์ และคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC)

  • สหรัฐฯ มีความพยายามที่จะยั้งนายโดนัลด์ ทรัมป์ เอาไว้ไม่ให้ก่อเรื่องครั้งใหญ่

  • การส่งตัวแทนเจรจาของสหรัฐฯ ในรอบนี้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น นำโดยนายเจดี แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดี และนายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

  • ทางฝั่งอิหร่านมีนายมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ประธานาธิบดีอิหร่าน เป็นผู้นำการเจรจา

  • คาดการณ์ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งและการเจรจาน่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์ที่ 7 หรือสัปดาห์ที่ 8 นี้

แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

สำหรับทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ มีประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตาม คือ

  • โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

  • ทิศทางนโยบายจะต้องรอดูผลการประชุมเฟดในช่วงปลายเดือน และติดตามการหมดวาระของนายเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ในเดือนหน้า

  • ตลาดกำลังจับตาการเข้ามารับตำแหน่งของนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ซึ่งคาดว่าในการประชุมนัดแรก ๆ จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในทันที

  • แนวโน้มหลักคือการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจเกิดขึ้นในรอบการประชุมเดือนกรกฎาคมหรือเดือนกันยายน

  • เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเงินเฟ้อกลับมา เฟดอาจเลือกใช้มาตรการดึงสภาพคล่องออกจากระบบ (QT) ควบคู่ไปกับการลดดอกเบี้ย

  • แม้การทำ QT อาจส่งผลให้ตลาดหุ้นมีสภาวะซบเซาลงบ้าง แต่การลดดอกเบี้ยจะส่งผลบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจมากกว่า เนื่องจากเป็นการช่วยลดต้นทุนทางการเงินในระบบ

กลยุทธ์และคำแนะนำการลงทุน

ภายใต้สถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง คุณประกิต ได้ให้คำแนะนำในการจัดพอร์ตลงทุนดังนี้

  • นักลงทุนไม่ควรทุ่มน้ำหนักการลงทุนไปที่สินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งแบบเต็มกำลัง เนื่องจากตลาดยังมีความเปราะบางและอ่อนไหวต่อข่าวสาร

  • แนะนำให้ใช้กลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบผสมผสาน โดยถือครองหุ้น (Equity) ในสัดส่วนประมาณ 60-70% ของพอร์ต

  • สัดส่วนที่เหลือ แนะนำให้กระจายการลงทุนในกลุ่มพันธบัตร (Bond) หรือเลือกถือครองเงินสดเพื่อรักษาสภาพคล่อง

สำหรับกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี หุ้น DELTA ถือเป็นหุ้นเทคโนโลยีเต็มตัวของไทยที่ยังสามารถเติบโตต่อไปได้ แต่ปัจจุบันมีราคาที่ค่อนข้างแพง โดยมีค่า PE สูงถึง 100 เท่าแนะนำให้พิจารณาหุ้น HANA ซึ่งมีพัฒนาการที่น่าสนใจและมีโอกาสเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไปสู่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ นอกจากนี้ หุ้น GULF เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างชัดเจนในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง