รีเซต

HANA กำไรไตรมาส 2 ที่ 326 ล้านบาท โต 831% ยอดขายเซมิคอนดักเตอ -บาทแข็งหนุน

HANA กำไรไตรมาส 2 ที่ 326 ล้านบาท โต 831% ยอดขายเซมิคอนดักเตอ -บาทแข็งหนุน
ทันหุ้น
14 สิงหาคม 2569 ( 18:34 )
27

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #HANA กำไรไตรมาส 2 ที่ 326 ล้านบาท โต 831% ยอดขายเซมิคอนดักเตอ -บาทแข็งหนุน 

บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) HANA รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 326 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 35 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน หลังยอดขายกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เติบโตแข็งแกร่ง อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้น และบริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ปีก่อนขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

รายได้จากการขายไตรมาส 2 อยู่ที่ 5,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ส่วนรายได้ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 5% เป็น 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 157 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้เงินบาทเฉลี่ยในไตรมาสนี้แข็งค่าขึ้นประมาณ 2% มาอยู่ที่ 32.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

กำไรจากการดำเนินงานปกติ (Normalised Profit) เพิ่มขึ้น 84% เป็น 278 ล้านบาท จาก 151 ล้านบาท ในปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และธุรกิจ Power Master Semiconductor (PMS)

โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไปในทิศทางที่เอื้อต่อมาร์จิ้นมากขึ้น โดยรายได้จากหน่วยผลิต IC ที่พระนครศรีอยุธยาเพิ่มขึ้น 14% เป็น 1,513 ล้านบาท ขณะที่หน่วยผลิต IC ในจีนเพิ่มขึ้น 14% และธุรกิจ PMS ในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นถึง 80% ส่วนธุรกิจ HTI ในสหรัฐเพิ่มขึ้น 50% เป็น 458 ล้านบาท ตรงกันข้ามกับธุรกิจ PCBA ในลำพูนและจีนที่รายได้ลดลง 9-10%

อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 10.7% จาก 9.4% ในปีก่อน จากสัดส่วนยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้นเป็น 5.2% จาก 2.9% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 1% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น

เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2569 ยอดขายในรูปดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 5% โดยหน่วยผลิต IC ที่อยุธยาเติบโต 18% และธุรกิจ PMS ในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 73% สะท้อนอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์ที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

ด้านฐานะการเงิน บริษัทมีเงินสดสำรองและเงินลงทุนในสถาบันการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 11,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 9,800 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง

บริษัทระบุว่าในไตรมาส 2 ปี 2569 ได้จ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายจากผลประกอบการปี 2568 จำนวน 664 ล้านบาท ในอัตรา 0.75 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่จ่าย 0.50 บาทต่อหุ้น รวม 443 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง