SABINA พร้อมไฮซีซัน โชว์บริหารอัพกำไรเพิ่ม

#SABINA #ทันหุ้น - SABINA วางแผนและผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม หนุนกำไรปกติเติบโต พร้อมขยายสินค้ากลุ่มที่ไม่ใช่ชุดชั้นใน เจาะตลาดสินค้าสุภาพบุรุษรองรับกำลังซื้อที่เปลี่ยนไป เดินหน้าบริหารต้นทุนผ่านคู่ค้าค่างประเทศ นำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning คุมสต็อกและคุณภาพ ขณะที่ธุรกิจ OEM ต่างประเทศโตสนั่น
นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 4/2569 ว่าจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของการขาย ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค พร้อมประเมินพฤติกรรมผู้บริโภคว่ายังระมัดระวังการใช้จ่าย ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและความคุ้มราคา คิดรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ โดยมองหาสินค้าที่ราคาเข้าถึงง่าย คุณภาพเหมาะสม ตัดสินใจซื้อไม่ซับซ้อน และสวมใส่สบาย
สำหรับธุรกิจรีเทลแฟชั่น บริษัทปรับกลยุทธ์จากการขับเคลื่อนด้วยปริมาณขาย มาเป็นการบริหารสินค้าคงคลังแบบลีน โดยลดการผลิตแบบหว่านหรือผลิตเผื่อทุกกลุ่ม และหันมาผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยให้น้ำหนักกับการเติบโตของกำไรสุทธิ และการขยายอัตรากำไร มากกว่าการเร่งยอดขายรวม
“ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้การเร่งยอดขายอาจสร้างแรงกดดันต่อธุรกิจในด้านอื่น จึงให้ความสำคัญกับการเติบโตของ Net Profit และอัตรากำไรสุทธิ เป็นหลักบริษัทปรับรูปแบบการผลิตจากเดิมที่ผลิตสินค้าเผื่อไว้สำหรับทุกกลุ่ม มาเป็นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มมากขึ้น เพื่อควบคุมปริมาณสินค้าและลดภาระการถือครองสินค้าคงคลัง โดยการไม่เร่งดันปริมาณขาย ช่วยให้บริษัทลดภาระการอุ้มสต๊อก ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจรีเทลแฟชั่น และส่งผลให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น”
ขณะเดียวกัน บริษัทปรับโครงสร้างสินค้าให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเน้นสินค้ากลุ่มที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคา เช่น แคมเปญ “Smart Size” ซึ่งเป็นสินค้าที่เข้าถึงง่าย ราคาเหมาะสม และช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น พร้อมขยายไปยังกลุ่มสินค้าใหม่ “กลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่ชุดชั้นใน” เช่น สินค้าสำหรับผู้ชาย ภายใต้แบรนด์ Sabina Men และ Norma รวมถึง เช่น ชุดนอน, ชุดออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายและขยายฐานรายได้
“สำหรับสินค้าผู้ชายแบ่งกลยุทธ์ออกเป็น 2 แบรนด์หลักให้ครอบคลุมฐานลูกค้าโดยแบรนด์ Sabina Men วางขายในร้าน Sabina เน้นจับกลุ่มผู้หญิงที่เข้ามาซื้อให้ผู้ชาย สำหรับตลาดแมส และลงเคาน์เตอร์ Sell Discount ห้างสรรพสินค้า หรือตามพื้นที่จัดรายการ เช่น ในปั๊มน้ำมัน โดยมีสินค้าอย่างเสื้อยืด กางเกงขาสั้น และเสื้อกีฬา เพื่อให้ผู้ชายเดินเลือกซื้อได้ง่ายและไม่รู้สึกเขินอาย”
สำหรับกลุ่มสินค้าชุดชั้นใน บริษัทมองว่ายังคงมีแรงซื้อรองรับอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคมองชุดชั้นในเป็น “แฟชั่นบนความจำเป็น” และเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ของผู้หญิง ทำให้ความต้องการซื้อยังมีอยู่ แม้ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัวและผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น
กลยุทธ์เพิ่มกำไร
สำหรับโครงสร้างธุรกิจ บริษัทไม่มีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตด้วยการขยายโรงงานของตัวเอง แต่เลือกใช้พันธมิตรรับจ้างผลิต (OEM) ที่มีคุณภาพในภูมิภาคเอเชีย เช่น จีน เพื่อให้สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายคงที่จากการบริหารโรงงาน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
บริษัทติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจส่งผลต่อต้นทุนเส้นใยปิโตรเลียม แต่มองผลกระทบต่อต้นทุนโดยรวมอยู่ในระดับต่ำมาก ไม่ถึง 1% เนื่องจากบริษัทมีระยะเวลาการผลิตและการจองวัตถุดิบล่วงหน้า ประมาณ 6 เดือน รวมถึงได้จัด Workshop ภายในเพื่อเตรียมหาวัตถุดิบทดแทนไว้ล่วงหน้า หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และมีการปรับปรุงกระบวนการภายในเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน โดยใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ รวมถึงระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ในการคาดการณ์ความต้องการสินค้า (Demand Forecasting) และคุณภาพในกระบวนการผลิต (Quality Control: QC) ทำให้การทำงานรวดเร็วและคล่องตัวขึ้น พร้อมช่วยลดต้นทุนดำเนินงาน
ทั้งนี้ บริษัทนำกำลังการผลิตของโรงงานมารองรับการขยายธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) สำหรับคู่ค้าต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเดิมฐานลูกค้าหลักอยู่ในสหราชอาณาจักร ขณะที่ปัจจุบันเริ่มมีลูกค้าจากประเทศอื่นในยุโรปเข้ามาติดต่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย โดยลูกค้ายุโรปมีทิศทางชัดเจนในการมองหาฐานการผลิตใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีน ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความยั่งยืน นับเป็นโอกาสในการแข่งขันกับโรงงานรับจ้างผลิตขนาดเล็กทั่วไป เนื่องจาก SABINA มีระบบและมาตรฐานด้านความยั่งยืนรองรับอยู่แล้ว จึงเป็นข้อได้เปรียบในการดึงดูดคำสั่งซื้อ OEM จากลูกค้าในยุโรป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
