หุ้นโรงกลั่นดีดรับGRMสูง ลุ้นกำไรQ3พุ่ง-ชูTOPเด่น

#หุ้นโรงกลั่น #ทันหุ้น - “หุ้นโรงกลั่น”รับเต็ม แนวโน้ม GRM ขาขึ้น ประเมินไตรมาส 4/2569 ใกล้เคียงไตรมาส 3 ที่ระดับ 20.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากอุปทานน้ำมันตึงตัว ด้านผลดำเนินงาน Q3/2569 ดีดแรง คาดมีกำไรสต๊อกน้ำมัน ชู TOP โดดเด่นสุด เคาะราคาเป้าหมาย 83-88 บาทต่อหุ้น
นายสุวัฒน์ สินสาฎก, IAA กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า กรณีค่าการกลั่นอ้างอิงสิงคโปร์ (Singapore GRM) ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบมาตรฐานของตลาด (Benchmark) ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 20.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มค่าการกลั่นที่ทรงตัวในระดับสูงดังกล่าว
@งบดีด
โดยจะส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มโรงกลั่น ทั้งในไตรมาสที่ 3/2569 และไตรมาสที่ 4/2569 เนื่องจากสภาวะอุตสาหกรรมน้ำมันทั่วโลกประสบปัญหาอุปทานตึงตัวเป็นอย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะตึงตัวต่อเนื่องไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2569 และยังส่งผลต่อเนื่องให้แนวโน้มผลกำไรของบริษัทโรงกลั่นยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าภาครัฐบาลอาจจะมีการดึงส่วนต่างหรือดำเนินมาตรการบางอย่างออกไปก็ตาม
นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันขยับสูงขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยังทำให้โรงกลั่นมีโอกาสรับรู้กำไรจากสต๊อกน้ำมันเข้ามาเพิ่มเติมเล็กน้อย แม้ว่าจะยังไม่มากถึงขั้นมีนัยสำคัญ เท่ากับส่วนต่างค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงจะสร้างผลกระทบเชิงบวกที่มีนัยสำคัญต่อผลกำไรมากกว่าอย่างชัดเจน
สำหรับทิศทางค่าการกลั่นในไตรมาส 4/2569 ประเมินว่าจะยังคงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในภาพรวมจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 3/2569 หรือราว 20.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ในจังหวะที่ปรับสูงอาจไปได้ถึง 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยระดับ 20.5 -30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนับเป็นระดับเพดานที่ตึงตัวแล้ว
โดยหากค่าการกลั่นยังสูงตามคาด ประเมินว่าราคาหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน โดยหุ้นเด่น (Top Pick) ในกลุ่ม คือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ซึ่งได้ประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 88 บาทต่อหุ้น
@ค่าการกลั่นสูง
นายศรชัย พิทยาพฤกษ์ IAA, AISA นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ทันหุ้น" ว่า ประเมินแนวโน้มค่าการกลั่นและหุ้นกลุ่มโรงกลั่นได้กำลังรับปัจจัยหนุนสำคัญจากฝั่งอุปทานตึงตัว สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ท่อส่งน้ำมัน East-West ในประเทศซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี จนต้องปิดดำเนินการชั่วคราว ทำให้ปริมาณน้ำมันดิบในระบบปรับลดลงอย่างฉับพลัน
โดยปัจจัยดังกล่าวนำไปสู่การปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราค่าขนส่งน้ำมันทางเรือ (Freight rate) จากระดับกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นสู่ระดับกว่า 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้วจึ งส่งผลกระทบให้เกิดภาวะตึงตัวของอุปทานน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก พร้อมกับผลักดันส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) เช่น น้ำมันกลั่น (Gas Oil) ปรับตัวสูงขึ้นตามลำดับ
รวมถึงระดับน้ำมันคงคลังทั่วโลกที่อยู่ในระดับต่ำ ยังส่งผลให้ประเทศผู้ผลิตและบริโภครายใหญ่ อาทิ สหรัฐอเมริกาและจีน ดำเนินนโยบายจำกัดการส่งออกน้ำมันออกนอกประเทศ ยิ่งเป็นปัจจัยเร่งให้ภาวะอุปทานตึงตัวมีความรุนแรงยิ่งขึ้น
@กำไรสต๊อกน้ำมัน
สำหรับทิศทางค่าการกลั่นในไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะยังคงรักษาระดับสูงระดับสองหลัก (Double digit) ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ซึ่งกระตุ้นให้เกิดอุปสงค์การกักเก็บน้ำมัน (Restocking) เพื่อการทำความร้อน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำมันก๊าด (Kerosene) และน้ำมันดีเซล (Gasoil) ประกอบกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ยังคงมีความไม่แน่นอน ซึ่งจะเป็นปัจจัยพยุงให้ส่วนต่างราคาน้ำมันและค่าการกลั่นทรงตัวอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
ด้านภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 ของหุ้นกลุ่มโรงกลั่น คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นช่วยลดผลกระทบจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Stock loss) โดยบริษัทที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม คือ TOP เนื่องจากในไตรมาส 2/2569 TOP มีการบันทึกผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันก้อนใหญ่สูงถึงประมาณ 7,000 ล้านบาท เมื่อราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 3/2569 ปิดในระดับที่สูงกว่าไตรมาส 2/2569 ทำให้ผลขาดทุนดังกล่าวหมดไป และอาจมีการรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock gain) เข้ามาทดแทน ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TOP ฟื้นตัวอย่างโดดเด่นจากฐานที่ต่ำกว่ากลุ่ม
ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 4/2569 ของกลุ่มโรงกลั่น คาดว่ากำไรสุทธิจะทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 3/2569 เพราะค่าการกลั่นแม้จะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง แต่ก็ไม่น่าจะปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากไตรมาสก่อนหน้าอีกแล้ว
โดยบล.กรุงศรี ยังคงน้ำหนักการลงทุนเชิงบวกในหุ้นกลุ่มโรงกลั่น โดยยกให้ TOP เป็นหุ้นเด่นที่สุด (Top Pick) ด้วยราคาเป้าหมายที่ 83 บาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนในระยะสั้นจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 ที่ฟื้นตัวแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับปัจจัยเติบโตเฉพาะตัวคือโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานหลังโครงการแล้วเสร็จ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
