ปรับแผนสร้างอู่ตะเภา รับดีมานด์ 3 ล้านคน

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยความคืบหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกว่า ทางสำนักงานนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี จะออกหนังสือแจ้งให้บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ให้เริ่มโครงการ (NTP) ในวันที่ 3 เมษายน 2569
ทั้งนี้ ได้มีการปรับแผนการพัฒนาใหม่ โดยเริ่มจากเฟสแรกขนาดรองรับผู้โดยสารประมาณ 3 ล้านคนต่อปี จากเดิมที่เคยวางไว้เริ่มที่ 6 ล้านคนต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับอุปสงค์จริงที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยปัจจุบันสนามบินอู่ตะเภามีผู้โดยสารเพียงราว 300,000–400,000 คนต่อปี จากระดับก่อนโควิดที่เคยแตะ 2 ล้านคน ซึ่งการเริ่มต้นขนาดเล็กจะช่วยให้การลงทุนมีความเหมาะสมและบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น
ในด้านการลงทุน เฟสแรกของโครงการคาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาท สำหรับโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น อาคารผู้โดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง ขณะที่โครงการทั้งหมดจะทยอยพัฒนาเป็นระยะ (phasing) ตามการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร ภายใต้การรองรับ 60 ล้านคน ในสัญญา 50 ปี โดยตั้งเป้าหากปริมาณผู้โดยสารแตะระดับร้อยละ 70–80 ของศักยภาพ จะพิจารณาขยายเฟสถัดไปทันที ทั้งนี้ คาดว่าการก่อสร้างเฟสแรกจะใช้เวลาประมาณ 3–4 ปี และรันเวย์ที่ 2 จะแล้วเสร็จในกรอบเวลาประมาณ 4 ปี
ในส่วนของศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่เป็นความร่วมมือระหว่างบางกอกแอร์เวย์สกับ การบินไทย จะมีการปรับรูปแบบจากเดิมที่เคยวางแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุน มาเป็นการแยกบริษัทแบ่งพื้นที่กัน และใช้สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกันในบางส่วน เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านใบอนุญาตและการรับรองมาตรฐาน ที่หากจัดตั้งบริษัทร่วมจะต้องขออนุญาตใหม่ทั้งหมด ส่งผลให้ขั้นตอนซับซ้อนและใช้เวลานาน
ส่วนข้อเสนอให้การบินไทยพิจารณาปรับตำแหน่งที่ตั้ง MRO เพื่อให้สามารถใช้งานรันเวย์ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรันเวย์ใหม่แล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลารอเปิดดำเนินการ แต่การตัดสินใจยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของการบินไทย ขณะที่หากไม่มีการย้ายพื้นที่ก็ยังสามารถดำเนินโครงการตามแผนเดิมได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
