รีเซต

Deepfake เทคโนโลยีเปลี่ยนหน้า หลอกลวงตา เลียนแบบหน้าผู้คน

Deepfake เทคโนโลยีเปลี่ยนหน้า หลอกลวงตา เลียนแบบหน้าผู้คน
TNN ช่อง16
25 มีนาคม 2564 ( 03:30 )
425
Deepfake เทคโนโลยีเปลี่ยนหน้า หลอกลวงตา เลียนแบบหน้าผู้คน

เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กระแสเทคโนโลยี "Deepfake" กลายเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อบน TikTok ได้มีผู้ใช้งานที่ชื่อว่า "deeptomcruise" ได้นำเอาใบหน้าของ Tom Cruise มาสวมจนกลายเป็น Tom Cruise จริง ๆ จนเกิดเป็นไวรัลว่าผู้ใช้งานดังกล่าวเป็น Tom Cruise จริงหรือเป็นตัวปลอมกันแน่ ท้ายที่สุด deeptomcruise ก็ออกมายืนยันว่าเขาเป็นตัวปลอม โดยเขาใช้เทคโนโลยี Deepfake ในการเปลี่ยนหน้าตนเองเท่านั้น และด้วยความเหมือนจนแยกไม่ออกดังกล่าว ก็เริ่มจุดประเด็นความน่ากลัวของ Deepfake ขึ้นมา เมื่อในอนาคต AI กำลังจะเข้ามาเป็นตัวแปรของทุกสิ่ง ซึ่ง Deepfake ก็อาจเป็นหนึ่งในนั้นที่ AI สามารถสร้างหรือทำมันออกมาได้โดยง่าย



ความหน้ากลัวของ Deepfakes นั่นคือมันอาจจะทำให้เกิดการปลอมแปลงคลิปวีดีโอหรือภาพปลอมออกมาจนผู้คนอย่างเราแยกออกไม่ได้โดยง่าย ซึ่งส่งผลไปถึงการหลอกลวงมากมายนานับประการ จนคาดไม่ถึงทีเดียว อย่างไรก็ตามเราอาจจะยังไม่ต้องหวาดกลัว Deepfake มากขนาดนั้น เพราะ Chris Ume ผู้สร้าง Tom Cruise Deepfakes ที่กล่าวในเบื้องต้นเผยว่า สิ่งที่เขาทำ มันไม่ง่ายแค่เพียงกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว ตัวคลิปที่ deeptomcruise ลง ตัวเขาต้องร่วมมือกับ Miles Fisher ผู้เลียนแบบ Tom Cruise แนวหน้า และต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในแต่ละคลิป โดยใช้เวลาแต่ละคลิปไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ รวมถึงยังต้องใช้อัลกอริธึม DeepFaceLab แบบโอเพนซอร์สและเครื่องมือตัดต่อวิดีโอจำนวนมากในการสร้างคลิปดังกล่าวออกมา


"Deepfake" และ "Deepfake AI" คืออะไร ?


Deepfake กล่าวง่าย ๆ ก็คือเทคโนโลยีที่จะปลอมแปลงอัตลักษณ์ของบุคคลนั้น ๆ ซึ่งไม่ได้แค่ส่วนของใบหน้าเท่านั้น แต่เป็นการเลียนแบบในทุกสิ่งอย่าง ซึ่งไม่จำกัดแค่เป็นมนุษย์ สัตว์ หรือสิ่งของเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยในตอนนี้ความเป็นไปได้อาจจะปรากฎออกมาได้แค่บนรูปถ่ายหรือรูปภาพ และคลิปวีดีโอเพียงแค่นั้น แต่เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น อนาคตก็อาจจะไม่ได้ปรากฎแค่ในสื่อดิจิทัลอีกต่อไป แต่อาจส่งผลไปถึงการปลอมแปลงในโลกแห่งความจริงอีกด้วย



และด้วยการมาถึงของ AI มันก็ได้ปลี่ยน Deepfake ธรรมดา ให้เป็น Deepfake AI รวมถึงยังได้เปลี่ยนจากฝีมือคนทำ ให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ทำแทน ซึ่งพลังของคอมพิวเตอร์ก็เรียกได้ว่าไร้ขีดจำกัดทีเดียว เพราะ AI สามารถวิวัตนาการได้อย่างไรขีดจำกัด ด้วยการจำลองหรือเรียนรู้ผ่านทางเทคนิค Deep Learning ทำให้การทำ Deepfake ง่ายยิ่งขึ้น เหมือนจริงยิ่งกว่า และรวดเร็วมากกว่าฝีมือมนุษย์ทำเสียอีก


"Deepfake" ในปัจจุบัน ...


ในปัจจุบันนี้ เราเองก็สามารถทำ Deepfake ง่าย ๆ ได้แล้วเช่นกัน เช่น การตรวจจับใบหน้าแล้วแท็กชื่อบน Facebook หรือการใช้ฟิลเตอร์ปรับใบหน้าของเรา ทั้งเปลี่ยนหน้าไปจนถึงปรับใบหน้าให้งดงามมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม พวกนี้ถือเป็น Deepfake ทั้งสิ้น ซึ่งบางครั้งหลาย ๆ เครื่องมือก็สามารถปรับคนอ้วนให้เป็นผอม ปรับคนแก่ให้กลายเป็นเด็กได้อีกด้วย



ข้อดี/ ข้อเสียของ "Deepfake"


Deepfake ในปัจจุบันกำลังถูกจับตามอง และเริ่มเป็นที่ระวังกันมากขึ้น เพราะมีหลายฝ่ายหลายประเทศกลัวถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่นการแอบอ้างตัวตน เพราะในปัจจุบันมันได้เกิดขึ้นแล้วกับอุตสาหกรรมหนังโป๊ เมื่อผู้ผลิตหนังได้หยิบเอาหน้าศิลปินชื่อดังต่าง ๆ มาแปะบนหน้าดาราหนังโป๊แทน ทำให้เหมือนกับศิลปินคนนั้นมาเล่นหนังเองเป็นต้น ความหน้ากลัวของ Deepfake คือการทำให้เราสับสนว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม มันสามารถหลอกตาเราได้ง่าย และต่อให้เราพิจารณาดีแล้ว มันก็ยังสามารถหลอกเราได้ จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า "พ่อแม่จำลูกตัวเองไม่ได้ และมีคนอื่นมาสวมรอยแทน ?" หรือจะเกิดอะไรขึ้น "ถ้าเราถูกใส่ร้ายเป็นคลิปวีดีโอ แม้ตัวเราจะไม่ทำจริงก็ตาม"


แม้ Deepfake จะน่ากลัว แต่ถ้าหยิบมันมาใช้ในทางที่ถูกและเป็นประโยชน์ได้ก็จะดีไม่น้อย จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถรู้ได้ก่อนว่าหน้าตาเราจะเป็นอย่างไรหลังแต่งหน้า ? จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเปลี่ยนหน้าเป็นตัวละครที่เราหลงรักได้ ? และจะดีแค่ไหนถ้ามันถูกนำมาใช้ในทางแพทย์ กลายเป็นผู้ช่วยหนึ่งที่ทำให้การรักษาง่ายขึ้น ในอนาคต  Deepfake จะมีประโยชน์มากขึ้นกว่านี้แน่นอน ซึ่งมันก็คงขึ้นกับคนที่จะหยิบมันไปใช้งานแล้วละ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง