รีเซต

มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นสร้างเสียงฮือฮา AI ออกแบบหุ่นยนต์ปรับตัวได้สุดล้ำ เลียนแบบวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต

มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นสร้างเสียงฮือฮา AI ออกแบบหุ่นยนต์ปรับตัวได้สุดล้ำ เลียนแบบวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
TNN ช่อง16
28 มีนาคม 2569 ( 15:32 )
18

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น (Northwestern University) ในรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงการวิทยาการหุ่นยนต์ ด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI ในการออกแบบและพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถปรับตัวได้สูง ซึ่งกระบวนการนี้เทียบได้กับวิวัฒนาการตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่ต้องใช้เวลายาวนานนับล้านปี 

ตามปกติแล้ว หุ่นยนต์มักถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจง เช่น หุ่นยนต์คลังสินค้าที่ลื่นไหลบนพื้นเรียบ หรือหุ่นยนต์สุนัขที่เดินขึ้นลงบันไดได้ แต่หากหุ่นยนต์เหล่านี้ต้องเจอกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย หรือได้รับความเสียหายจนสูญเสียชิ้นส่วน พวกมันก็อาจจะหมดประโยชน์การใช้งานไปในทันที

แต่นักวิจัยกลุ่มนี้ได้เปลี่ยนแนวทางใหม่ โดยเน้นสร้างเครื่องจักรหุ่นยนต์ที่สามารถจัดเรียงโครงสร้างตัวเองใหม่และปรับเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนที่ได้ตามสถานการณ์ ผลลัพธ์ที่ได้ คือ หุ่นยนต์เมตาแมชชีนแบบมีขา (Legged Metamachine) ซึ่งเป็นหุ่นยนต์โมดูลาร์ที่ประกอบขึ้นจากโมดูลย่อย ๆ คล้ายตัวต่อเลโก้

แต่ละโมดูลมีสถานะเป็นหุ่นยนต์ที่ทำงานได้อิสระ ภายในประกอบด้วยแบตเตอรี่ มอเตอร์ และคอมพิวเตอร์ โดยมีดีไซน์พื้นฐานเป็นแกนกลางทรงกลมและมีแขน หรือขา 2 ข้างที่หมุนได้ เมื่อนำหลายๆ โมดูลมาประกอบเข้าด้วยกัน พวกมันจะสื่อสารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ภายใน เพื่อทำการกระโดด คลาน กลิ้ง หรืองอตัว ด้วยรูปแบบการเคลื่อนที่อิสระเพื่อให้สามารถเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้สำเร็จ

โดยหุ่นยนต์ตัวนี้มีความสามารถในการทำงานต่อได้ แม้โครงสร้างจะแยกออกจากกัน หากมีโมดูลใดหลุดออกไปหรือได้รับความเสียหาย ส่วนที่เหลือจะยังคงประสานงานและค้นหาวิธีเคลื่อนที่ต่อไปเพื่อทำภารกิจหลักให้สำเร็จ

แซม คริกแมน (Sam Kriegman) ผู้นำการวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ชีวภาพ ยืนยันว่าหุ่นยนต์นี้สามารถเอาชีวิตรอดจากการถูกตัดเป็นสองท่อน หรือแยกเป็นหลายชิ้นได้ โดยแต่ละโมดูลที่ถูกแยกออกไปจะกลายเป็นตัวแทน (Agent) ที่ทำงานต่อได้ด้วยตัวเอง

กระบวนการออกแบบสุดล้ำนี้ขับเคลื่อนโดย AI ล้วน ๆ นักวิจัยไม่ได้ออกแบบหุ่นยนต์ด้วยตนเอง แต่ใช้วิธีป้อนชิ้นส่วนพื้นฐานและตั้งเป้าหมายง่ายๆ ให้ AI ค้นหาวิธีการเคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ระบบ AI ได้จำลองรูปแบบหุ่นยนต์นับพันแบบในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงแบบสุดขั้ว คัดเลือกรุ่นเวอร์ชันที่ทำผลงานได้ดีที่สุดไว้ และคัดทิ้งรุ่นที่อ่อนแอ ซึ่งเป็นกระบวนการจำลองการคัดเลือกตามธรรมชาติ (Natural Selection) จนได้ผลลัพธ์โครงสร้างที่มนุษย์อาจคาดไม่ถึง

หลังจากนั้นนักวิจัยจึงนำแบบที่ได้มาประกอบชิ้นส่วนจริง ซึ่งในการทดสอบนอกสถานที่ หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่บนพื้นผิวขรุขระ เช่น หญ้า กรวด และโคลน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ในปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและงานวิจัย หุ่นยนต์ยังคงเคลื่อนไหวได้ช้า เก้ ๆ กัง ๆ และยังไม่มีเซนเซอร์สำหรับรับรู้สิ่งแวดล้อมภายนอกเพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวาง แต่นักวิจัยชี้ว่า เป้าหมายหลักของโครงการในตอนนี้ไม่ใช่ประโยชน์การใช้งาน แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นถึงการเอาตัวรอด ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่สุดของสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ที่มีวิวัฒนาการ

งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2026 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่ามีความคล้ายคลึงกับเทคโนโลยีไมโครบอทในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Big Hero 6 ที่หุ่นยนต์ขนาดเล็กสามารถรวมตัวกันเป็นโครงสร้างใหญ่และเปลี่ยนรูปร่างได้ตามต้องการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีนี้ในอนาคต 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง