ส่งออกชี้ยางโดด111% STA-NERงบอลังการ

ส่งออกชี้ยางโดด111% STA-NERงบอลังการ
ทันหุ้น
26 กรกฎาคม 2564 ( 04:02 )
44
ส่งออกชี้ยางโดด111% STA-NERงบอลังการ

 

ทันหุ้น—เจาะตัวเลขส่งออก มิ.ย. โต 43.82% สูงสุดรอบ 11 ปี ยางพาราสุดเด่นทะยานแรงกว่า 111.9% ดีมานด์กระหน่ำทั้งยานยนต์-ถุงมือยาง ขณะที่ซัพพลายน้อย ดันราคาสูง จับตางบ STA-NER อลังการ STA ประกาศกำไร 10 ส.ค. ก่อนปรับเป้า โบรกคาดกำไร Q2 โต 442% จากปีก่อน มีปันผล 0.90 บาท เป้า 61 บาท ด้าน NER กำไร Q2 พุ่ง 196% มีปันผลครึ่งปีแรก 0.16 บาท เป้า 10.30 บาท

 

กระทรวงพาณิชย์รายงานการส่งออกในเดือนมิถุนายน 2564 มูลค่า 23,699.43 ล้านดอลลาร์ หรือ 738,135.34 ล้านบาท ขยายตัว 43.82% สูงสุดในรอบ 11 ปี ส่งผลให้ยอดส่งออก 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.64) มีมูลค่า 132,334.65 ล้านดอลลาร์ หรือ 4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.53% โดยสินค้าการเกษตรมีอัตราการขยายตัวที่ 59.8% สูงสุดในรอบ 10 ปี มูลค่า 71,473.5 ล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน โดยเฉพาะยางพารา ขยายตัว 111.9% ในเดือนมิถุนายน 2564 ครึ่งปีแรกเติบโต 60.9% เนื่องจากมีความต้องการเพิ่มขึ้นมาก ตามการผลิตถุงมือยางและอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว ขณะที่ปริมาณน้ำยางออกสู่ตลาดน้อย ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ขาดแคลนแรงงาน ทำให้ราคายางพาราที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยการส่งออกไปยังประเทศจีนในเดือนมิถุนายน 2564 เติบโตถึง 151.8%

 

นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า คำสั่งซื้อยางของบริษัทปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น และอยู่ระหว่างพิจารณาปรับเพิ่มเป้าหมายปริมาณการขายยางธรรมชาติในปี 2564 หลังประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2564 ในวันที่ 10 สิงหาคม 2564 นี้

 

ล่าสุด บริษัทได้เดินหน้าแผนลงทุนขยายกำลังการผลิตยางแท่ง (TSR) ที่โรงงาน 3 แห่ง ในจังหวัดบึงกาฬ พิษณุโลกและสกลนคร ใช้งบลงทุนรวม 1,060 ล้านบาท จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 9% หรือประมาณ 180,000 ตันต่อปี จากเดิมที่มีกำลังการผลิตยางแท่ง 1.8-1.9 ล้านตันต่อปี

 

*STA-NER โดดเด่น

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ คาดกำไรปกติ STA ไตรมาส 2/2564 ที่ 4,881 ล้านบาท เติบโต 442.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 25.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งการลดลงจากไตรมาส 1/2564 นั้น เนื่องจากธุรกิจถุงมือยางได้รับผลกระทบจากการปิดโรงงาน แต่กำไรยังอยู่ในระดับสูง ส่วนการเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นไปตามธุรกิจยางธรรมชาติดีขึ้นต่อเนื่องทั้งในด้านปริมาณขาย และราคาขายเฉลี่ย จากอุปสงค์ตลาดโลกที่เร่งตัวขึ้น

 

คาดปันผลจ่าย ไตรมาส 2/2564 ที่ 0.90 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 2.3% และยังคงมุมมองบวกต่อผลการดำเนินงานในระยะยาวของ STA ขณะที่ไตรมาส 3/2564 ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 2/2564 และโตสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากโรงงานถุงมือยางที่กลับมาผลิตได้ตามปกติ, ธุรกิจยางธรรมชาติที่ดีต่อและอานิสงส์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า คงราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 61.00 บาท แนะนำ ซื้อ

 

ขณะที่ นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER  กล่าวไปในทางเดียวกันก่อนหน้านี้ว่า ลูกค้าคงเร่งสั่งออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการยางแท่ง ยางแผนรมควัน ที่ยังสูงขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ขณะนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยแนวโน้มยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV จะช่วยเร่งดีมานด์ขึ้นมาอีก ประกอบกับขณะนี้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกก็เตรียมที่จะกลับมาบินแล้ว ซึ่งจะมีความต้องการเปลี่ยนยางล้อเพื่อความปลอดภัย หลังหยุดบินมานาน นอกจากนี้สถานการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ยังเป็นตัวช่วยทำให้การโค้ดราคาของบริษัทง่ายขึ้น จากการที่ลูกค้าใช้เงินดอลลาร์สั่งซื้อสินค้าได้ถูกลง

 

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาด NER จะรายงานกำไรปกติไตรมาส 2/2564 ที่ 473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 196.0% ทำระดับสูงสุดใหม่จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และ GPM สูงขึ้น คาดปันผลครึ่งปีแรกที่ 0.16 บาท ผลตอบแทน 2.3% คงมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ NER ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 10.30 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง