รีเซต

เปิด 4 มาตรการรับมือผลไม้ปี 2569

เปิด 4 มาตรการรับมือผลไม้ปี 2569
TNN ช่อง16
18 มีนาคม 2569 ( 12:40 )

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อพูดคุยและหารือกับสหกรณ์ชาวสวนผลไม้ในพื้นที่สองจังหวัด ในการเตรียมมาตรการรับมือผลไม้ภาคตะวันออก ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกองและสละ ซึ่งคาดว่าจะให้ผลผลิตราวกลางเดือนเมษายน 2569 นี้เป็นต้นไป 

โดยในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์นั้นได้วาง 4 มาตรการบริหารจัดการรับมือผลผลิตเพื่อยกระดับราคา มาตรการแรก เริ่มจากส่งเสริมให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรชาวสวนผลไม้ผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน GAP การพัฒนาสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นหรือ GI ตลอดจนการสนับสนุนสถาบันเกษตรกรรวบรวมผลผลิตที่ได้มาตรฐานการส่งจำหน่ายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

มาตรการที่ 2 เน้นส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยเฉพาะสินค้าตกเกรดหรือผลผลิตที่ตลาดไม่ต้องการ จึงนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยกรมฯจะสนับสนุนอุปกรณ์การตลาดที่จำเป็นในการแปรรูป 

ส่วนมาตรการที่ 3 สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ในการรวบรวมผลผลิตและกระจายผลไม้จากแหล่งผลิต และมาตรการสุดท้ายเรื่องการตลาดโดยเน้นการเชื่อมเครือข่ายสหกรณ์ทั่วไปเพื่อนำผลผลิตออกจากแหล่งผลิตโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังประสานผู้ประกอบการเอกชน ผู้ส่งออกและห้างโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยผ่านสหกรณ์ชาวสวนผลไม้โดยตรง ทั้งยังรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกช่องทางเพื่อสร้างการรับรู้เพื่อกระตุ้นการบริโภคตลอดฤดูกาลผลิต  

“มาตรการทั้ง 4 ด้านข้างต้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับคุณภาพการผลิตตามมาตรฐาน GAP สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร อีกทั้งส่งเสริมการเชื่อมโยงสินค้าเกษตร โดยมีสหกรณ์เป็นกลไกในการขับเคลื่อนส่งเสริมสหกรณ์ให้มีบทบาทในการจัดการผลผลิตและการตลาดแก่สมาชิกรวมถึงส่งเสริมให้สถาบันเกษตรกรเป็นแหล่งรวบรวมผลผลิตของเกษตรกรเพื่อให้สินค้าเกษตรมีตลาดรองรับที่แน่นอนในราคาที่เป็นธรรม รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยหันมาบริโภคผลไม้คุณภาพของเกษตรกรไทยด้วย” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับงบประมาณสนับสนุนการกระจายผลไม้เพื่อยกระดับราคาของผลผลิตประจำปี 2569 จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 10,575,000 บาท แบ่งเป็นการจัดการด้านการตลาด จำนวน 2,580,800 บาท สำหรับอุดหนุนค่าขนส่งและกระจายผลไม้ออกนอกแหล่งผลิตให้กับสหกรณ์ไม่เกิน 2 บาท/กก. การสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ตะกร้าผลไม้ 208,500 ใบ มูลค่า 5,338,242 บาท การณรงค์ประชาสัมพันธ์กระตุ้นการบริโภค โดยเตรียมการจัดงานแสดงและจำหน่ายผลไม้ Fresh From Farm การอบรมมาตรฐานโรงงานคัดบรรจุการส่งออก และค่าใช้จ่ายดำเนินงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคสำหรับจัดกิจกรรมกระจายผลไม้สู่ตลาดในแต่ละพื้นที่ด้วย  

ขณะที่ นายธนภัทร จ่าวินัจ ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด จำกัด ต.วังตะเคียน อ.เขาสมิง จ.ตราด กล่าวถึงสถานการณ์ผลไม้จังหวัดตราดในฤดูกาลผลิตปีนี้  โดยเฉพาะทุเรียนจะเริ่มให้ผลผลิตประมาณวันที่ 15 เมษายนนี้เป็นต้นไป และในวันที่ 20 เมษายนจะมีการลงนามสัญญาซื้อขายทุเรียนชะนีเกาะช้าง ซึ่งเป็นสินค้า GI ของจังหวัดตราดกับห้างท็อปซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย

“ตราดมีสินค้าเกษตร GI ทั้ง ชะนีเกาะช้าง หมอนทองเขาบรรทัดและเงาะสีทองตราด เป้าหมายของสหกรณ์ในรวบรวมผลผลิตปีนี้ มีทั้งทุเรียน เงาะ มังคุดอยู่ที่ประมาณ 2-3 พันตัน ทุเรียนปีนี้เราวางแผนขายในท็อปซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นหลัก ส่วนหนึ่งส่งไปเวียดนามในช่วงที่ไม่ตรงกับทุเรียนเขาออก ส่วนเงาะกับมังคุดส่งออกเวียดนามประมาณ 90% เรามีตลาดหลักอยู่ที่ฮานอย พ่อค้าเรารอรับอยู่ที่นั่น” นายธนภัทร เผย

ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราดยอมรับว่าราคาทุเรียนปีนี้อาจไม่ดีเหมือน ๆ 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดในปริมาณที่มากขึ้น ผลพวงมาจากพื้นที่ปลูกที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันผลผลิตปีนี้ค่อนข้างดีกว่าทุกปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศน้อยทำให้ทุเรียนออกดอกติดผลได้เต็มที่ ขณะเดียวกันสหกรณ์ฯก็ยังหันมาให้ความสำคัญตลาดในประเทศมากขึ้นเพื่อให้เกิดความยั่งยืน หลังจากก่อนหน้านี้ผลผลิตผลไม้หลักกว่าร้อยละ 90 จะมุ่งส่งออกตลาดต่างประเทศ ทั้งเงาะ มังคุดและทุเรียน

“ทุเรียนปีนี้ราคาไม่น่าจะเกิน 100 ตราดเราโชคดีมีทุเรียน GI 2 ชนิด ทั้งหมอนทองเขาบรรทัดกับชะนีเกาะช้าง จึงกำหนดราคาเองได้ และมีกำหนดที่จะทำสัญญาซื้อขายกับท็อปซูเปอร์มาเก็ตในวันที่ 20 เมษานี้ราคาอยู่ที่ตันละหมื่นสอง สหกรณ์จะหักไว้ 10-20 เปอร์เซ็นต์เพื่อนำมาบริหารจัดการสหกรณ์” นายธีรภัทร เผย

นายธีรภัทร ระบุอีกว่า นอกจากส่งห้างโมเดิร์นเทรด อาทิ ท็อป ซูเปอมาร์เก็ต และตลาดกูร์เม่มาร์เก็ตแล้ว ยังมีตลาดค้าส่งอีกหลายแห่ง อาทิ ตลาดไท ตลาดศรีเมือง นอกจากนี้ยังเตรียมเชื่อมโยงเครือข่ายกับสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศไว้อีกด้วย จึงมั่นใจว่าทุเรียนตราดปีนี้ไม่น่าจะมีปัญหาทั้งเรื่องราคาและผลผลิตล้นส่วนเงาะและมังคุดนั้นที่ผ่านมากว่าร้อยละ 90 พึ่งพาตลาดส่งออกเช่นกัน จึงไม่ค่อยมีปัญหาผลผลิตของผลไม้ทั้งสองชนิดดังกล่าว

“แต่เพื่อความยั่งยืนตอนนี้มีการหารือในคณะกรรมการสหกรณ์ว่าในอนาคตเราจะแปรรูปผลผลิต โดยเฉพาะเงาะสีทองตราดเป็นเงาะกระป๋อง เพราะตราดเป็นจังหวัดที่มีเงาะมากสุดในประเทศไทย ซึ่งเมื่อวันที่ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์มาเยี่ยมก็ได้หารือในเบื้องต้นกับท่านไว้แล้ว” ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด จำกัด  ย้ำทิ้งท้าย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง