รีเซต

"กินทุเรียน–มะม่วง" ผิดเวลา แพทย์ มช. เตือน! เสี่ยง"ไขมันพอกตับ"ไม่รู้ตัว

"กินทุเรียน–มะม่วง" ผิดเวลา แพทย์ มช. เตือน! เสี่ยง"ไขมันพอกตับ"ไม่รู้ตัว
TNN ช่อง16
25 พฤษภาคม 2569 ( 10:18 )
12

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจทั้ง “ประโยชน์” และ “วิธีกินอย่างปลอดภัย” เพื่อให้คุณยังอร่อยได้โดยไม่ต้องแลกกับสุขภาพ


คุณค่าที่ได้จากทุเรียนและมะม่วง

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย และยังมีโฟเลต สารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงโพแทสเซียมที่มีส่วนช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท


ขณะที่มะม่วงสุกมีจุดเด่นอยู่ที่วิตามินซีสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย


แม้ทั้งสองชนิดจะมีประโยชน์ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ “พลังงานและน้ำตาล” ที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะทุเรียนที่มีทั้งไขมันและสารกำมะถัน ซึ่งหากกินมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการร้อนใน หรือรู้สึกใจสั่นได้


กินเท่าไหร่จึงจะพอดี

- การควบคุมปริมาณถือเป็นหัวใจสำคัญของการกินผลไม้ทั้งสองชนิดนี้อย่างปลอดภัย

- สำหรับทุเรียน แนะนำไม่เกิน 2 เม็ดขนาดกลางต่อครั้ง และวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ

- ส่วนมะม่วงสุก ควรกินเพียงครึ่งผลต่อครั้ง เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว


เลือกเวลากินให้เหมาะ ลดเสี่ยงสะสมไขมัน

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกินคือ “ช่วงสายถึงบ่าย” เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายยังสามารถเผาผลาญพลังงานได้ดี


ในทางกลับกัน การกินช่วงเย็นหรือก่อนนอน อาจทำให้พลังงานส่วนเกินสะสมเป็นไขมัน และเพิ่มความเสี่ยงไขมันพอกตับในระยะยาว


กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

อีกหนึ่งเทคนิคง่าย ๆ คือการ “ทดแทนอาหาร” เช่น หากกินทุเรียน 1 เม็ด ควรลดปริมาณข้าวในมื้อถัดไปลงประมาณ 1 ทัพพี เนื่องจากทุเรียนเพียง 2 เม็ด ให้พลังงานใกล้เคียงกับอาหารจานหลัก 1 จาน


นอกจากนี้ การดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร จะช่วยลดความร้อนในร่างกาย และช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

แม้จะเป็นผลไม้ธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถกินได้อย่างสบายใจ

- ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรระวังเป็นพิเศษ เพราะน้ำตาลในผลไม้สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงได้อย่างรวดเร็ว

- ผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะในระยะที่ 3 ขึ้นไป ต้องระวังโพแทสเซียมในทุเรียน ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของไต.

- รวมถึงผู้ที่มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูง อาจมีอาการใจสั่นหรือความดันเพิ่มขึ้นจากสารบางชนิดในทุเรียน


ข้อห้ามที่ไม่ควรมองข้าม

สิ่งสำคัญที่ควรจำให้ขึ้นใจ คือ “ห้ามกินทุเรียนร่วมกับแอลกอฮอล์” เนื่องจากสารในทุเรียนจะไปยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้กำจัดแอลกอฮอล์ในร่างกาย อาจทำให้เกิดอาการหน้าแดง ร้อนวูบวาบ ปวดศีรษะ หรือรุนแรงถึงขั้นหมดสติได้


นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการกินร่วมกับของหวานอื่น เช่น ข้าวเหนียวมูน น้ำอัดลม หรือลำไย เพราะจะยิ่งเพิ่มปริมาณน้ำตาลและพลังงานเกินความจำเป็น

สรุป อร่อยได้ แต่ต้อง “รู้ลิมิต”

ทุเรียนและมะม่วงไม่ใช่อาหารต้องห้าม หากรู้จักควบคุมปริมาณ เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง


หลักง่าย ๆ คือ “กินได้ แต่อย่ากินเพลิน”

เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถอร่อยกับผลไม้ตามฤดูกาลได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าสุขภาพจะพังในภายหลัง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง