หวั่นโควิด! คณะสงฆ์อยุธยาออกคำสั่ง ห้ามแห่นาค-โปรยทาน พระสงฆ์สามเณร ต้องสวมแมส

หวั่นโควิด! คณะสงฆ์อยุธยาออกคำสั่ง ห้ามแห่นาค-โปรยทาน พระสงฆ์สามเณร ต้องสวมแมส
มติชน
5 มกราคม 2564 ( 18:19 )
53
หวั่นโควิด! คณะสงฆ์อยุธยาออกคำสั่ง ห้ามแห่นาค-โปรยทาน พระสงฆ์สามเณร ต้องสวมแมส

วันที่ 5 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ ออกคำสั่งมาตรการเร่งด่วนป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ให้คณะสงฆ์ปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด เช่น พระสงฆ์สามเณร ต้องสวมแมส งดจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่อาจมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ห้ามแห่นาค โปรยทาน การจัดงานศพหรืองานอุปสมบท จะต้องมีการขออนุญาต

 

โดยเนื้อหาของประกาศคำสั่งดังกล่าว มีดังนี้

 

1.การจัดกิจกรรม
ให้งดการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่มีผู้มาร่วมเป็นจำนวนมาก และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกัน โดยง่าย เช่น การประชุม การสัมมนา การจัดเลี้ยง ฯลฯ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ และ พนักงานเจ้าหน้าที่บ้านเมือง โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

2. การจัดกิจกรรมภายในวัด (ตามแนวปฏิบัติในการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข)

2.1 กิจกรรมที่ไม่มีประชาชนข้าร่วม เช่น การทำวัตร-สวดมนต์ การทำสังฆกรรมอุโบสถ สามารถ
ดำเนินการได้ตามปกติ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

2.2 กิจรรมที่มีประชาชนมาร่วมไม่มาก เช่น การทำบุญตักบาตรในวันพระปกติ ถ้ายังไม่งด
ต้องจัดให้อยู่ในสถานที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก และปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขโดยเคร่งครัด

2.3 การบำเพ็ญกุศลอื่น ที่มีจ้าภาพจัดงาน เช่น งานศพ งานบรรพชาอุปสมบท เป็นตัน
ต้องขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่บ้านเมือง พร้อมทั้งจะต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขโดยเคร่งครัด งดให้มีการจัดเลี้ยงอาหาร โปรยทาน การแห่นาคหรือการกระทำอย่างอื่นใด ที่จะเป็นการรวมคนจำนวนมากอย่างเด็ดขาด

2.4 สำหรับวัดที่มีพุทศาสนิกชนเดินทางมาสักการะกราบไหว้ปูชนียสถาน รูปเคารพ พระสงฆ์
หรือปูชนียวัตถุอื่นอยู่เนือง ๆ ให้ปฏิบัติตมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเคร่งครัด โดยจัดให้มีการทำความสะอาดสถานที่ซึ่งมีการสัมผัสร่วมกันบ่อยอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงฉีดยาฆ่าเชื้อโรคประจำวันมีการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ผู้ที่เข้ามาภายในวัด ให้สวมแมสผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จัดให้มีสถานที่สำหรับล้างมือด้วยน้ำสะอาดหรือแอลกอฮอล์เจล อย่างเพียงพอ ให้งดการกราบลงที่พื้นและมีการเว้น ระยะห่างในการเข้านมัสการฯ อย่าให้เกิดความแออัดจนอากาศถ่ายเทไม่สะดวกเป็นเวลานาน

3. การเดินทางข้ามเขตจังหวัด ให้เจ้าคณะพระสังฆาธิการ แจ้งพระภิกษุสามเณร ในการปกครองของตน งดเว้นการเดินทางข้ามเขต ไปในพื้นที่จังหวัดที่มีการประกาศเป็นเขตควบคุมสูงสุด เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งจะต้องแสดง เหตุผลและหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเข้ารับการตรวจคัดกรอง และต้องปฏิบัติตามมาตรการ ป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด คือต้องรายงานข้อมูลการเดินทางต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าพนักงานควบคุม โรคติดต่อในพื้นที่ และเมื่อกลับเข้ามาในพื้นที่ ควรต้องกักกันตัวเองเพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค เป็นเวลา 14 วัน

4. การปฏิบัติตนของพระภิกษุ-สามเณร
ให้พระสังฆาธิการแจ้งพระภิกษุ สามเณรทุกรูป สวมแมสผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
ทุกครั้งที่ออกปฏิบัติศาสนกิจนอกกุฏิสฆ์ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หมั่นล้างมือให้สะอาด และ ปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากพบพระภิกษุ สามเณร มีอาการผิดปกติ ไข้ขึ้นสูง มีน้ำมูก ลิ้นไม่รับรู้รสอาหารและไอแห้ง ๆ ต่อเนื่อง เป็นระยะเวลานาน ให้รีบไปพบแพทย์

5. การกำกับดูแลเข้มงวดกวดขัน
ให้พระสังฆาธิการทุกระดับ ศึกษาทำความข้าใจเกี่ยวกับประกาศหรือคำสั่งของจังหวัดและ ทางการสาธารณสุขอย่างละเอียดและให้เกิดความชัดเจน พร้อมทั้งกำกับดูแลเข้มงวดกวดขัน ให้พระภิกษุ สามเณรทุกวัดในเขตปกครองของตน ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งนี้โดยเคร่งครัด พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ ประกาศ คำสั่ง มาตรการ ระเบียบปฏิบัติ ทั้งของคณะสงฆ์และทางราชการ เพื่อประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจ แก่พระภิกษุสามเณร ให้สามารถถือปฏิบัติร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง