5 โบรกคัด 13 หุ้นเสี่ยงต่ำน่าเก็บรับมือตลาดร่วง !

5 โบรกคัด 13 หุ้นเสี่ยงต่ำน่าเก็บรับมือตลาดร่วง !
TNN Wealth
20 กรกฎาคม 2564 ( 10:05 )
103
5 โบรกคัด 13 หุ้นเสี่ยงต่ำน่าเก็บรับมือตลาดร่วง !

 

หุ้นน่าซื้อวันนี้ 20 ก.ค. 64 : โบรกมองหุ้นไทยพักฐานโควิดทั่วโลกกดดันผสมโรงราคาน้ำมันร่วงฉุดหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดแนวรับแรกอยุ่ที่ 1,535 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,525 จุด แนะลงทุนหุ้นปลอดภัยรับความเสี่ยงตลาดที่สูงขึ้น

 

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงค่อนข้างปั่นป่วน เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลก ปรับฐาน โดยเฉพาะตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรงมาก เฉลี่ยราว 1-2% ดันดัชนี VIX Index พุ่งขึ้น 22% ปิดที่ 22.50 จุด ทำระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.2564 ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ก็ปรับตัวลงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ ปรับตัวลงมากถึง 6-7% (น้ำมันดิบ มีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+)

 

 

กระแสเงินทุนโยกย้ายเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย สะท้อนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10-year Treasury Yield) ลดลงแตะระดับ 1.19% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ.2564

 

 

ด้านทิศทางตลาดช่วงต้นไตรมาส 3/2564 ใกล้เคียงกับการประเมินของเรา กล่าวคือ ความผันผวนจะเพิ่มสูงขึ้น จากแรงขายทำกำไรต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ตั้งแต่ช่วง 4Q63 เรามองว่า ปัจจัยลบเพิ่มเติมที่เป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะ Risk-off คือ สถานการณ์โรค COVID-19 รอบโลก ที่จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก เร่งตัวขึ้นจากระดับ 3-4 แสนรายต่อวัน เมื่อเดือนก่อน เป็น 5 แสนราย+ ในระยะนี้

 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดหุ้นไทย จะปรับฐานไปบ้างแล้วเมื่อวานนี้ แต่ด้วย Sentiment ที่เป็นลบค่อนข้างมาก จากตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป ทำให้ SET INDEX มีโอกาสผัน

 

 

ผวนเชิงลบต่อเนื่องวันนี้ โดยมีแนวรับ 1,540-1,545 จุด หุ้นกลุ่ม Domestic Play มีแรงกดดันจากสถานการณ์โรค COVID-19 ในประเทศ ในขณะที่ หุ้นกลุ่ม Global Play ได้รับ Sentiment ลบจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ

 


สำหรับ หุ้นเด่นวันนี้มี 4 ตัว นำโดย TASCO เราประเมินว่าได้ Sentiment บวกจากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงหลัง OPEC จะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันตั้งแต่ ส.ค.2564 ส่งผลให้ Spread ยางมะตอยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากต้นทุนที่ลดลง ขณะที่เงินบาทที่อ่อนค่าจะช่วยหนุนรายได้ส่งออกของบริษัท

 

 

แนวโน้มกำไร 2Q64 คาดเร่งตัวขึ้น QoQ และมีโอกาสดีกว่าคาดของตลาด ขณะที่ Valuation ไม่แพง ซื้อขายที่ระดับ PER2564 ราว 13 เท่า และให้ Dividend Yield 5%

 

 

หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ BGRIM ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 43.00 บาท แนวรับ 41.25 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 40.00 บาท หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าได้ Sentiment เชิงบวก หลัง Bond Yield 10 ปีสหรัฐฯ ทำระดับต่ำสุดรอบ 5 เดือน และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก COVID จำกัด

 

 

หุ้นเด่นอีกตัวคือ ADVANC Bond Yield สหรัฐฯ 10 ปี ที่ปรับตัวลงเหลือ 1.2% ต่ำสุดรอบ 5 เดือน จากความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากการแพร่ระบาดของ CO VID สายพันธ์ DELTA เป็นปัจจัยกดดันการลงทุน ดังนั้น เราประเมินว่าหุ้นกลุ่มสื่อสารที่รายได้มั่นคง และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสม่ำเสมอจะเป็นที่พักเงินได้ดีเราคาด กำไรปกติ 2Q64 ที่ 6.8 พันลบ. เพิ่มขึ้น +2.3% YoY และทรงตัว -0.9% QoQ ขณะที่เงินปันผล 1H64 คาดหุ้นละ 3.39 บาท คิดเป็น Dividend Yield 2%

 

 

หุ้นเด่นตัวสุดท้ายคือ SCC คาดรายงานงบ 2Q64 วันที่ 29 ก.ค. เราประเมินกำไรปกติ 2Q64 ที่ 1.3 หมื่นลบ. เติบโต +30% YoY และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงต่ำสุดรอบ 7 สัปดาห์ เป็นบวกกับ Spread ของธุรกิจปิโตรเคมีให้มีโอกาสเร่งตัวขึ้น คาดเงินปันผล 1H64 หุ้นละ 7.50 บาท ให้ Dividend Yield ราว 2%

 

 


นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส (ASPS) กล่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 ทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอีกรอบหนึ่งสร้างความกังวล ทำให้เม็ดเงินลงทุนย้ายออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น เข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยดังที่ตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลก รวมถึง Bond Yield ปรับตัวลดลง ภาวะดังกล่าวน่าจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยในวันนี้ด้วย สำหรับสถานการณ์ Covid-19 ในบ้านเราถือว่าอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง โดยจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ยังอยู่ระดับสูงกว่า 1.1 หมื่นคนต่อวัน ขณะที่อัตราการเสียชีวิตก็มีแนวโน้มสูงขึ้น ภาวะดังกล่าวทำให้ต้องมีการใช้มาตรการควบคุมการติดเชื้อที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ คาด GDP Growth ปี 2564 มีโอกาสที่จะติดลบอีกครั้ง มีโอกาสที่จะเห็น Panic Sell ได้อีกครั้ง คาดแนวรรับของ SET Index อยู่ที่ 1,535 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,565 จุด พอร์ตจำลองให้ขาย COM7 ออก นำเงิน 5% ซื้อ PLANB อีก 5% เพิ่มเงินสดเป็น 10% Top Pick เลือก ADVANC, PLANB และ MCS

 

 

หุ้นเด่นตัวแรกนำโดยคือ PLANB (FV@7.10) โอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ที่จะเริ่มจัดวันศุกร์ที่จะถึงนี้ คาดสร้างสีสันให้กับ PLANB ในช่วงนี้ หากพิจารณาในมุมพื้นฐาน จะเริ่มรับรู้รายได้จากสิทธิ์โฆษณาประมาณ 500 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 2-3 ของปีนี้ หนุนเพิ่มกำไรสุทธิอีก 100 ล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside สูงกว่า 25% ถือเป็นโอกาสสะสม

 

 

หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ MCS (FV@21.90 ) เงินบาทอ่อนค่าส่งผลดีต่อ MCS โดยเบื้องต้นประเมินกำไรสุทธิ 2Q64 จะอยู่ในช่วง 250-300 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% YOY จากงานส่งมอบเป็นงานที่ให้มาร์จิ้นสูง

 

 

หุ้นเด่นปิดท้ายคือ ADVANC (FV@220.00) หุ้นปันผลสูงผันผวนต่ำคาดกำไร 2Q64 อยู่ที่ 6.92 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น4.2% QOQ จากผลบวกการต้นทุนค่าเสื่อมอุปกรณ์ 3G

 

 

4G ที่ทยอยตัดจ่ายครบ และการควบคุมต้นทุนต่างๆบวกกับ อานิสงส์ความเป็นผู้นำธุรกิจมือถือ ช่วยบรรเทาผลกำลังซื้อและการเติบโตธุรกิจรอง อาทิ อินเตอร์เนตบ้าน ที่ขึ้นมาระคองรายได้ในช่วงนี้ขณะที่ 2H64 คาดเติบตเล็กน้อยจาก 1H64 จากบริการมือถือที่เป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้น บวกกับ ความเป็นผู้นำ 5Gกลยุทธ์สร้างความแตกต่างด้วยบริการจากพันธมิตรล่าสุด Disney+ ที่ใช้ดึงดูดลูกค้าใหม่เพิ่มเติม ซึ่งมูลค่าทางพื้นฐานปัจจุบันยังไม่รวมถึง Synergy ระยะยาวกับ GULF

 

 

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า วันนี้คาด SET ย่อตัว ในกรอบแนวรับ 1,530 จุด และแนวต้าน 1,570 จุด เน้นหุ้นคาดงบ 2Q64 เติบโตดี โดยหุ้นเด่นวันนี้แนะนำ MCS คาดกำไร 2Q64 จะทำสถิติสูงสุดใหม่320 ล้านบาท (+ 37%QOQ +42%YOY) จากการส่งมอบงานเหล็กโครงสร้างที่สูง และ มีงานที่ค้างส่งมอบในไตรมาสแรก ผสาน Backlogคาดสูงถึง 1 แสนตัน ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขาย PE ปี 2564 ต่ำเพียง 6.7เท่า และคาดอัตราปันผลสูงถึง 8.2%เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 18.50 บาท

 


หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ SINGER คาดกำไร 2Q64 จะทำสถิติสูงสุดใหม่180 ล้านบาท (+30% QOQ,+60%YOY)จากยอดขายสินค้ายังเติบโตระดับ20%YOY และกลยุทธ์เน้นช่องทางOnline เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับสินเชื่อHP-C4C ที่เติบโตได้ดี คุณภาพสินเชื่อยังแข็งแรง เศรษฐีกิจในต่างหวัดได้รับผลกระทบน้อยกว่าในเมืองเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 50 บาท

 

 

บล.ไทยพาณิชย์ คาด SET ปรับตัวลงได้ต่อ โดยปัจจัยกดดันหลักยังมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิค-19 ทั่วโลก รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับลงแรงกระทบต่อกลุ่มพลังงาน แนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,535 และ 1,525 จุด และมีความเสี่ยงต่อการลงไปหาบริเวณ 1,500 จุด ซึ่งเป็นไปตามที่เราได้เตือนและแนะนำให้ขาย/ลดน้ำหนักการลงทุนที่ระดับเหนือ 1,600 จุด ไปก่อนหน้าแล้ว

 

ทั้งนี้เห็นว่าควร Selective buy หุ้นปลอดภัยรับมือความเสี่ยงตลาดที่สูง โดยมี theme การลงทุน 1.Defensive Plays : กลุ่มการแพทย์ BDMS, BCH, RJH ; EV/clean energy EA ,NEX 2. Earnings Play : SCGP, GPSC, TU, PM, SFT, WICE ขณะที่ KCE, HANA แนะนำเทรดดิ้ง

 

 

ขณะเดียวกันต้องเลี่ยงหุ้น reopening ตามที่แนะนำเช่นเดิม ได้รับผลกระทบการยกระดับ lockdown กลุ่มค้าปลีก กลุ่มขนส่ง โรงแรม ร้านอาหาร

 

 

หุ้นเด่นวันนี้ แนะนำ GPSC (ราคาเป้าหมาย 95 บาท) หนุนจากโรงงานแบตเตอรี่ G-Cell เฟสแรก 30 MWh เริ่มดำเนินการและเตรียมขยายสู่ 100 MWh รองรับกลุ่มลูกค้า EV และแนะนำ WICE คาดกำไร 2Q-4Q64 โตต่อเนื่อง YoY จากความต้องการขนส่งระหว่าง ปท.ขยายตัวแรง

 

 

ขณะที่ บล.กสิกรไทย แจ้งว่า เป้าดัชนีวันนี้อยู่ที่ 1,525-1,575 จุด หุ้นเด่นวันนี้ แนะนำ 3 หุ้นเด่น คือ PIMO ปัจจุบัน 3.88 บาท เป้าหมาย 4.06 บาท GUNKUL ปัจจุบัน 5 บาท เป้าหมาย 5.25 บาท หุ้นเด่นปิดท้ายคือ BANPU ปัจจุบัน 14.30 บาท เป้าหมาย 15 บาท

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง