เปิดโพย “ หุ้นหลบภัย” รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง

เปิดโพย “หุ้นหลบภัย” รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง หลังความตึงเครียดดันราคาน้ำมันและทองคำพุ่ง นักวิเคราะห์ 3 โบรกเกอร์ แนะปรับพอร์ตสู่ กลุ่มพลังงาน–สินค้าโภคภัณฑ์ ที่ได้อานิสงส์จากราคาพลังงานขาขึ้น
บล.เอเซีย พลัส
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินสถานการณ์การลงทุนทั่วโลก โดยระบุว่าสงครามระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 12 เริ่มมีสัญญาณความรุนแรงที่ลดลง แม้ล่าสุดอิหร่านจะก่อเหตุยิงเรือการค้า 3 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "เรือมยุรี นารี" สัญชาติไทยของบริษัท PSL
อย่างไรก็ดี ตลาดเริ่มผ่อนคลายความกังวลลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่าสงครามใกล้จะจบลงแล้ว เนื่องจากแทบไม่เหลือเป้าหมายให้โจมตีในอิหร่าน ผสานกับการที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) มีมติระบายน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อแก้ปัญหาอุปทานขาดแคลน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกดดันให้ราคาน้ำมันดิบโลกย่อตัวลงมาได้
สำหรับปัจจัยในประเทศ บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าประเทศไทยมีแนวโน้มจะได้รัฐบาลใหม่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมราว 1-1.5 เดือน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดทุน
*กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ*
"หลบสงคราม ซบหุ้นอิงนโยบายรัฐ" โดยเน้นไปที่กลุ่มการบริโภคภายในประเทศ (Domestic Consumption) ที่มีความปลอดภัยสูง ฝ่ายวิจัยคาดหวังว่ารัฐบาลผสม (พรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทย) จะเร่งผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพแบบรวดเร็ว (Quick Win) ภายใน 100 วันแรก จึงแนะนำหุ้นเด่น 3 กลุ่มหลักที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ ได้แก่
1.กลุ่มค้าปลีก (CPAXT, BJC) - รับอานิสงส์เต็มๆ จากนโยบาย "คนละครึ่ง พลัส" ที่รัฐบาลช่วยจ่าย 50% สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค
2.กลุ่มสินค้าเครื่องดื่ม (CBG, OSP, ICHI) - นอกจากจะได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการจับจ่ายแล้ว ยังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นฤดูร้อนที่ยอดขายจะเติบโตสูงสุดในรอบปี
3.กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, TIDLOR) - ได้รับผลดีจากนโยบายแก้หนี้-พักหนี้ และสภาพคล่องของประชาชนที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องหนี้เสีย (NPL) ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
บล.ฟินันเซีย ไซรัส
วิเคราะห์ความเสี่ยงราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน กดดัน SET ปรับตัวลงแรงราว 10% เบื้องต้นคาดกำไรต่อหุ้น (EPS) อาจมี Downside ราว 7% จากปัจจุบันที่ 91 บาท ลงสู่ระดับ 85 บาท
เนื่องจากอัดรากำไรขั้นดันที่อาจลดลง 0.5% จากคาดการณ์ปัจจจุบันจาก Bloomberg Consensus ที่ 7.1% สู่ระดับ 6.6% อ้างอิงจากช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงในอดีด คือราคาน้ำมันปรับขึ้นไม่เกิน 30-60 วัน และไม่รนแรงถึงขั้นขั้นขนาดแคลนในประเทศ หากอิงเป้าหมาย PER เท่าเดิมราว 16 เท่า จะได้ระดับดัชนีเหมาะสมที่ราว 1,360 จุด
ส่วนกรณีสงครามยืดเยื้อเกินกว่าที่คาดและเริ่มเริ่นหาขาดแดลน ผลกระทบมีแนวโน้มสูงกว่าที่คาด ดัชนี SET มีโอกาสปรับตัว ลงต่ำกว่า 1,300-1,250 จุดจากสถานการณ์วิกฤดดน้ำมันล่าสดที่มีความแตกต่างจากปี 2022 และไทยเริ่มได้รีบผลกระทบโดยตรงทั้งราคาพลังงานและตันทุนที่เพิ่มขึ้น แนวโน้มผลตอบแทนพันธบัตรและเงินเฟ้อที่คาดขยับขึ้นจะกดดันหุ้นในกลุ่มการบริโภค อาทิ ไฟแนนซ์ สินค้าฟุ่มเฟื้อย ขนส่ง โรงไฟฟ้า SPP ปิโตรเคมี เป็นต้น จากความเสี่ยงเกิดภาวะ Stagflation
*กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ*
กลุ่มหุ้นพลังงานดันต้นน้ำอย่าง PTTEP คาดว่าจะปรับตัวได้ดีกว่าตลาด และกลุ่มที่คาดกระทบจำกัดมากกว่า ได้เเก่ สินค้าบริการจำเป็น ได้แก่ ADVANC, BDMS, BEM, CHG, CPALL, CPN, GULF, TRUE"
บล.ทิสโก้
ภาพรวมราคาสินทรัพย์เสี่ยงคาดจะตอบสนองทางลบ แต่ "น้ำมันและทองคำ" มีโอกาสปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดจากความเสี่ยงการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันและความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น
จากการศึกษาเหตุการณ์สงคราม-ความไม่สงบในต่างประเทศนับตั้งแต่ปี 1939 หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวลงโดยเฉลี่ย -8.6% และใช้เวลาประมาณ 16 วันแตะจุดต่ำสุดหรือประมาณ 3 สัปดาห์ ขณะที่ราคาหุ้นมักจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาที่เดิมโดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3 เดือน
มุมมองของ บล.ทิสโก้ ต่อแนวโน้ม "ราคาน้ำมัน" ในระยะสั้นมีโอกาสปรับขึ้นจากปัจจุบันราว 5-10 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ขณะที่ "ราคาทองคำ" บล.ทิสโก้ มองมีโอกาสแกว่งซิกแซกขึ้น เป้าหมายทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่บริเวณ 5,600 ดอลลาร์ฯ/ออนซ์
*กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ*
-กลุ่มพลังงานต้นน้ำ คาดได้ประโยชน์เชิงบวก จากการวิเคราะห์ของเรา ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล จะมีผลต่อ NAV ของ PTTEP ประมาณ 3 บาท/หุ้น หุ้นเด่น PTTEP, PTT
-กลุ่มโรงกลั่น (TOP, SPRC, IRPC, PTTGC) มีแนวโน้มได้รับผลบวกเช่นกัน แต่อาจถูกหักล้างบางส่วนหรือทั้งหมดหากราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น โดยเฉพาะเกรดจากตะวันออกกลาง รวมทั้งค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
