รีเซต

ลืมเรื่องหน้าซีด ไปได้เลยผู้เชี่ยวชาญเฉลยข้อเท็จจริงของสัญญาณขาดธาตุเหล็ก

ลืมเรื่องหน้าซีด ไปได้เลยผู้เชี่ยวชาญเฉลยข้อเท็จจริงของสัญญาณขาดธาตุเหล็ก
TNN ช่อง16
26 ตุลาคม 2569 ( 09:55 )
10

กระแส “Ferritin Face” หรือการสังเกตใบหน้าที่ดูซีดเซียว ใต้ตาคล้ำ และผมร่วง เพื่อประเมินว่าร่างกายกำลังขาดธาตุเหล็ก กำลังได้รับความสนใจบนโซเชียลมีเดีย แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้วินิจฉัยภาวะขาดธาตุเหล็กได้ จำเป็นต้องอาศัยการตรวจเลือดเพื่อประเมินอย่างเหมาะสม

อ้างอิงจากบทความของ CNN โดย Amanda Schupak เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของภาวะขาดธาตุเหล็กและแนวทางการตรวจวินิจฉัยที่ปรับปรุงใหม่

Ferritin Face คืออะไร ทำไมจึงเป็นกระแส

“Ferritin Face” เป็นคำที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางส่วนใช้เรียกลักษณะใบหน้าที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการมีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายต่ำ เช่น ผิวซีด ใต้ตาคล้ำ ผมร่วง หรือผิวแห้ง โดยคำว่า Ferritin มาจากชื่อโปรตีนที่ทำหน้าที่เก็บสะสมธาตุเหล็กในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ดร. อาเรียลา มาร์แชลล์ รองศาสตราจารย์ด้านอายุรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา และ ดร. แจ็คลิน เพาเวอร์ส หัวหน้าแผนกโลหิตวิทยา โรงพยาบาลเด็กเท็กซัส ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของการประเมินภาวะขาดธาตุเหล็กจากรูปลักษณ์ภายนอก โดยเฉพาะการใช้ภาพเซลฟี่เพื่อสรุปว่าบุคคลนั้นมีระดับธาตุเหล็กต่ำ

ปัจจุบัน “Ferritin Face” ไม่ใช่ชื่อโรคหรือเกณฑ์วินิจฉัยทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับ การมีผิวซีดหรือใต้ตาคล้ำอาจเกิดจากหลายสาเหตุ จึงไม่ควรสรุปว่าขาดธาตุเหล็กจากลักษณะใบหน้าเพียงอย่างเดียว



ขาดธาตุเหล็ก ไม่จำเป็นต้องมีภาวะโลหิตจาง

ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องใช้ในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงสนับสนุนการทำงานของสมองและกล้ามเนื้อ

เมื่อร่างกายมีธาตุเหล็กสะสมไม่เพียงพอ อาจเกิดภาวะขาดธาตุเหล็กได้ แม้ระดับฮีโมโกลบินและจำนวนเม็ดเลือดแดงยังไม่ลดลงจนเข้าเกณฑ์ภาวะโลหิตจางก็ตาม

ผู้ที่ขาดธาตุเหล็กอาจมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง สมองล้า คิดหรือจดจ่อได้ยาก เวียนศีรษะ หรือออกกำลังกายได้ไม่ดีเท่าเดิม บางรายอาจมีอาการขาอยู่ไม่สุข หรืออยากเคี้ยวสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร เช่น น้ำแข็ง

ดังนั้น ผลตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดที่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีภาวะขาดธาตุเหล็กเสมอไป หากมีอาการหรือปัจจัยเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณาตรวจระดับธาตุเหล็กเพิ่มเติม


ตรวจ Ferritin อย่างไร จึงจะรู้ว่าขาดธาตุเหล็กหรือไม่

การตรวจระดับเฟอร์ริตินในเลือดเป็นวิธีสำคัญในการประเมินปริมาณธาตุเหล็กสำรองของร่างกาย อย่างไรก็ตาม การแปลผลต้องพิจารณาร่วมกับอาการ ประวัติสุขภาพ และภาวะอื่น ๆ โดยเฉพาะการอักเสบ ซึ่งอาจทำให้ระดับเฟอร์ริตินสูงขึ้นได้

บทความ CNN รายงานถึงแนวทางคำแนะนำใหม่ของสมาคมโลหิตวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (American Society of Hematology: ASH) ที่เผยแพร่ในเดือนกันยายน 2569 โดยเสนอเกณฑ์พิจารณาระดับเฟอร์ริตินที่แตกต่างกันตามกลุ่มผู้ป่วย ได้แก่

เด็ก: ระดับเฟอร์ริตินไม่เกิน 20 ng/mL

ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่: ระดับเฟอร์ริตินไม่เกิน 30 ng/mL

ผู้ที่มีประจำเดือนมามากหรือมีปัจจัยเสี่ยงบางประการ: ไม่เกิน 50 ng/mL

ผู้ใหญ่ที่มีภาวะอักเสบ: อาจใช้เกณฑ์ไม่เกิน 100 ng/mL ร่วมกับการตรวจ Transferrin Saturation ตามข้อบ่งชี้

ตัวเลขเหล่านี้เป็นเกณฑ์ที่รายงานในแนวทางดังกล่าว ไม่ใช่ค่าที่ใช้วินิจฉัยได้เหมือนกันในทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีการอักเสบหรือมีโรคประจำตัว ควรให้แพทย์เป็นผู้แปลผล



ใครบ้างที่ควรระวังภาวะขาดธาตุเหล็ก

กลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาก หญิงตั้งครรภ์ เด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ และนักกีฬาที่ออกกำลังกายแบบใช้ความทนทานเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหารจนดูดซึมธาตุเหล็กได้ไม่ดี หรือมีการสูญเสียเลือดเรื้อรัง ก็อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน หากตรวจพบภาวะขาดธาตุเหล็ก แพทย์ควรประเมินหาสาเหตุ ไม่ใช่เพียงให้รับประทานธาตุเหล็กเสริมเพื่อแก้ไขระดับที่ต่ำเท่านั้น

สำหรับผู้ที่เหนื่อยง่ายหรืออ่อนเพลียต่อเนื่อง แม้รับประทานอาหารและพักผ่อนเพียงพอ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจเลือดตามความเหมาะสม และไม่ควรซื้อธาตุเหล็กมารับประทานเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ เพราะการได้รับธาตุเหล็กมากเกินไปอาจเป็นอันตรายได้



ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง