คลายล็อกท่องเที่ยวตปท.บูม MINT– CENTEL ฟื้นตัวเด่น

คลายล็อกท่องเที่ยวตปท.บูม MINT– CENTEL ฟื้นตัวเด่น
ทันหุ้น
18 ตุลาคม 2564 ( 10:48 )
63
คลายล็อกท่องเที่ยวตปท.บูม MINT– CENTEL ฟื้นตัวเด่น

ทันหุ้น-โบรกส่อง  MINT - CENTEL จะรายงานผลประกอบการที่ดีขึ้น (ขาดทุนลดลง) QoQ โดยได้รับการสนับสนุนจากธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศที่แข็งแกร่งมากขึ้น ในขณะที่ ERW และ AWC จะถูกฉุดรั้ง (ขาดทุนเพิ่มขึ้น QoQ) โดยการระบาดระลอก 3 ของโควิด-19 ในประเทศไทยที่ส่งผลกระทบทำให้ความต้องการเดินทางภายในประเทศปรับตัวลดลง

 

บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือSCBS ระบุว่า  ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เรามองว่าความเร็วในการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับความต้องการเดินทางมายังประเทศไทยและอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 เราให้เรทติ้ง NEUTRAL สำหรับกลุ่มท่องเที่ยวไทย

 

โดยคาดว่า MINT และ CENTEL จะโดดเด่นกว่าบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มท่องเที่ยว โดยขาดทุนจะลดลง QoQ เราคาดว่า MINT และ CENTEL จะรายงานผลประกอบการที่ดีขึ้น QoQ โดยขาดทุนจะลดลงใน 3Q64เพราะได้แรงหนุนจากการดำเนินงานในต่างประเทศที่แข็งแกร่งมากขึ้น เนื่องจากการเดินทางกลับมาฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19ที่คลี่คลายในทางที่ดีขึ้นสอดคล้องกับอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ระดับสูง

 

สำหรับ MINT คาดการณ์ว่าจะขาดทุนปกติที่ 2.8 พันลบ. ใน 3Q64 ดีขึ้นจากขาดทุนปกติ 4.8 พันลบ. ใน 3Q63 และ 3.4 พันลบ. ใน 2Q64 อัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ยสำหรับ NH Hotel Group (NHH, กิจการหลักในยุโรปของ MINT) ปรับตัวเพิ่มขึ้นในฤดูร้อน ซึ่งเราประเมินอัตราการเข้าพักได้ที่ 47% ใน 3Q64 ดีขึ้นจาก 24% ใน 2Q64 และ 31% ใน 3Q63 ทั้งนี้ MINT จะบันทึกกำไรพิเศษจำนวน 988 ลบ. (หรือ 26 ล้านยูโร) จากการขายและรับจ้างบริหารโรงแรม 2 แห่งในโปรตุเกส ด้วยเหตุนี้ เราจึงคาดว่า MINT จะรายงานขาดทุนสุทธิ 1.8 พันลบ. ใน 3Q64

 

ทางด้านCENTEL ก็คาดาดการณ์ว่าจะขาดทุนปกติที่ 612 ลบ. ใน 3Q64 ดีขึ้นจากขาดทุนปกติ 897 ลบ. ใน 3Q63 และ 651 ลบ. ใน 2Q64 ธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ (7% ของรายได้ก่อนโควิด-19 ระบาด) มีผลการดำเนินงานที่ดีหลังจากกลับมาเปิดดำเนินการใน 4Q63และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังมัลดีฟส์สูงกว่าระดับก่อนวิด-19 ระบาดแล้วในเดือนส.ค. เราประเมินอัตราการเข้าพักสำหรับโรงแรม 2 แห่งในมัลดีฟส์ของ CENTEL ได้ที่ 64% ใน 3Q64 สูงกว่า 25% ใน 2Q64

 

ในประเทศอ่อนแอ

 

อย่างไรก็ดีความต้องการเดินทางภายในประเทศปรับตัวลดลงในไตรมาสมาส3/2564  เพราะการระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ค่อนข้างรุนแรงในเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งส่งผลทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางภายในประเทศที่เข้มข้นมากขึ้น ก่อนที่จะผ่อนคลายข้อจำกัดลงในเดือนก.ย.

 

คาดการณ์ว่าERW ขาดทุนปกติที่ 600 ล้านบาทในไตรมาส3/2564  อ่อนแอลงจากขาดทุนปกติ 514 ล้านบาทในไตรมาส3/2563  และ 559 ล้านบาท ในไตรมาส2/2564  โดยอิงกับอัตราการเข้าพัก (ไม่รวมโรงแรมชั้นประหยัด HOP INN) ที่ 10%ลดลงจาก 14%ในไตรมาส3/2563  และ 13% ในไตรมาส2/2564

 

ทางด้าน   AWC คาดการณ์ขาดทุนปกติที่ 803 ล้านบาทในไตรมาส3/2564 แย่ลงจากขาดทุนปกติ 620 ล้านบาท ในไตรมาส3/2563 และ 758 ล้านบาทในไตรมาส2/2564  และคาดการณ์อัตราการเข้าพักโรงแรมที่ 12% ใน 3Q64 ลดลงจาก 13% ใน 3Q63 และ 16% ใน 2Q64 สำหรับธุรกิจพื้นที่ค้าปลีก เราคาดว่ารายได้จะลดลง QoQ เพราะได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดศูนย์การค้าของรัฐบาล

 

เรทติ้ง NEUTRAL กลุ่มท่องเที่ยว โมเมนตัมผลประกอบการน่าจะปรับตัวดีขึ้น QoQ สำหรับ AWC ERW และ CENTEL หลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ของประเทศไทยในเดือนก.ย. ในขณะที่ MINT เป็นข้อยกเว้น เพราะผลประกอบการจะอ่อนตัวลง QoQ โดยมีสาเหตุมาจากช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวในยุโรป ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเปิดประเทศโดยจะไม่กักตัวนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.

 

อย่างไรก็ตาม เรามองว่าความเร็วในการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับความต้องการเดินทางมายังประเทศไทยและอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 เรายังไม่มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวเพราะผลตอบแทนลดลงเมื่อเทียบกับความเสี่ยง เนื่องจากราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวรีบาวด์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าการฟื้นตัวสะท้อนในราคาหุ้นไปค่อนข้างมากแล้ว หุ้นเด่นของเราคือ MINT เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทขึ้นอยู่กับตลาดยุโรปเป็นส่วนใหญ่ซึ่งการเปิดประเทศและการฟื้นตัวด้านการดำเนินงานน่าจะเกิดขึ้นเร็วกว่าประเทศไทย

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง