โรงแรมอ้อนรัฐคลายล็อกดาวน์ เริ่มต้นขอใช้สระว่ายน้ำ-ห้องประชุมก่อน ย้ำแค่อยากทำมาหากินได้พอ

โรงแรมอ้อนรัฐคลายล็อกดาวน์ เริ่มต้นขอใช้สระว่ายน้ำ-ห้องประชุมก่อน ย้ำแค่อยากทำมาหากินได้พอ
มติชน
23 สิงหาคม 2564 ( 04:45 )
12
โรงแรมอ้อนรัฐคลายล็อกดาวน์ เริ่มต้นขอใช้สระว่ายน้ำ-ห้องประชุมก่อน ย้ำแค่อยากทำมาหากินได้พอ

 

นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า หากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ในการขอวงเงินงบประมาณสนับสนุนจัดตั้งเป็นเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 8,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการช่วยเหลือธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวได้จริง ถือว่าเป็นเม็ดเงินที่เหมาะสมมาก สามารถช่วยเหลือธุรกิจได้จริง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี แต่อยากให้พิจารณาในส่วนของธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปด้วย เนื่องจากขณะนี้ธุรกิจในขนาดได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้ที่หายไป แต่ค่าใช้จ่ายยังมีเท่าเดิม จึงต้องการความช่วยเหลือในด้านการเสริมสภาพคล่องไม่ต่างกัน โดยเบื้องต้นมองในส่วนของธุรกิจโรงแรม หากสามารถตั้งงบประมาณมาใช้เป็นเงินทุนให้กับผู้ประกอบการที่ไม่มีสินทรัพย์ในการค้ำประกันกับธนาคารพาณิชย์ได้ และปรับรูปแบบการค้ำประกันเป็นแบบค้ำไขว้ระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน บริษัทกับบริษัท หรือเอกชนกับเอกชนด้วยกันได้จะดีมาก เนื่องจากจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการจำนวนมากที่ไม่มีสินทรัพย์ในการค้ำประกันกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อขอกู้เงินหมุนเวียนธุรกิจเพิ่ม หลังจากที่ผ่านมาไม่มีรายได้เข้ามาเป็นเป็นเวลานานมากแล้ว ทำให้แม้ต้องการและพยายามพยุงธุรกิจให้รอด เพื่อรอวันที่การเดินทางกลับมาใหม่ มีลูกค้าเข้ามาเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนได้ ไม่มีเงินทุนหมุนเวียน การพยุงธุรกิจรอกลับมาดำเนินกิจการใหม่อีกครั้งเมื่อเกิดการเดินทางกลับมาคงยากเกินไป

 

 

“การประเมินอนุมัติวงเงินกู้ อยากให้ธนาคารพาณิชย์ประเมินจากรายได้ย้อนหลังนับเฉพาะปี 2561-2562 ก่อนเกิดการระบาดโควิด เพื่อให้ทราบว่ามีศักยภาพในการคืนเงินหรือไม่ มีรายได้ในช่วงปกติอยู่ที่เท่าใด เพื่อยืนยันว่า ผู้ประกอบการเหล่านั้นสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และนำเงินที่กู้ยืมไปนั้น กลับมาคืนได้ รวมถึงการธุรกิจท่องเที่ยวในขณะนี้ แม้การเดินทางจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยเองคงไม่ได้กลับมาเดินทางจำนวนมากในทันที ทำให้รายได้จะทยอยกลับมา ไม่ได้เป็นการวิ่งดลับมาทันที จึงอยากให้เป็นเงินกู้ในระยะยาว อัตราดอกเบี้ยต่ำ และปลอดชำระคืนเงินต้นก่อนในช่วงแรก เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวไทยมีศักยภาพ ที่สามารถพัฒนาไปในทิศทางที่ยังยืนได้จริง แต่ว่าช่วง 1-2 ปีต่อจากนี้ คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้แบบทันทีทันใด เชื่อว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะ” นางมาริสา กล่าว

 

 

นางมาริสา กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ อยากให้เริ่มต้นอนุญาตทำกิจกรรมในโรงแรมได้ก่อน โดยเฉพาะการใช้สระว่ายน้ำ เนื่องจากขณะนี้ยังมีกลุ่มผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนอย่างแท้จริง ในโรงแรมตามชายหาดติดทะเล หรือมีสระว่ายน้ำให้บริการ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถใช้บริการได้ ความน่าสนใจจึงลดลง รวมถึงการพิจารณามาตรการควบคุมการระบาดโควิด แบบเฉพาะลักษณะของธุรกิจ และเฉพาะพื้นที่ อาทิ การใช้ห้องประชุม ซึ่งขณะนี้กำหนดไม่ให้รวมตัวกันเกิน 5 คน แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว อย่าว่าแต่ 5 คน แม้แต่ในจำนวน 20 คน, 50 คนขึ้นไป ก็ไม่ใช่จำนวนที่จะสามารถจัดงานหรือจัดกิจกรรมที่สามารถสร้างเม็ดเงินที่เป็นรายได้หรือกำไรได้จริง เพราะอย่างน้อยต้องเป็นจำนวน 100 คนขึ้นไป ซึ่งจะสามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดได้ จึงอยากให้พิจารณากำหนดความเข้มข้นในการควบคุมในลักษณะจำนวนคนต่อพื้นที่แทน โดยความจริงแล้วการจัดการประชุมในโรงแรม หรือการอนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารในภัตตาคาร ห้องอาหารในโรงแรม ส่วนใหญ่มีมาตรฐานควบคุมเข้มข้นอยู่แล้ว อาทิ เครื่องหมายมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและสุขอนามัย (เอสเอชเอพลัส) ที่กำหนดการเว้นระยะห่างระหว่างกัน จำกัดจำนวนคน ซึ่งหากไม่มั่นใจก็สามารถสุ่มตรวจประเมินได้อยู่แล้ว จึงอยากให้พิจารณาผ่อนคลายรูปแบบนี้ก่อน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นทำมาหากินใหม่ได้อีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง