เสร็จสิ้นแล้วพิธีศพพยานปากเอกคดี "บอส" ญาติจำใจมอบศพให้ตร.ส่งชันสูตร

เสร็จสิ้นแล้วพิธีศพพยานปากเอกคดี "บอส" ญาติจำใจมอบศพให้ตร.ส่งชันสูตร
มติชน
2 สิงหาคม 2563 ( 16:10 )
57
เสร็จสิ้นแล้วพิธีศพพยานปากเอกคดี "บอส" ญาติจำใจมอบศพให้ตร.ส่งชันสูตร
เสร็จสิ้นแล้วพิธีศพพยานปากเอกคดีบอส ญาติจำใจมอบชันสูตร ตร.รับดูคดีเข้ม

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าญาติของนายจารุชาติ มาดทอง อายุ 40 ปีพยานปากเอกในคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสขับรถชนตำรวจเสียชีวิต นำโดยนายสมาน วังมูล บิดาบุญธรรมของนายจารุชาติและนางตา วังมูล มารดา พร้อมด้วยชาวบ้านได้จัดให้มีพิธีฌาปนกิจศพนายจารุชาติตามประเพณี หลังจากได้จัดให้มีบำเพ็ญกุศลมาตั้งแต่คืนวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมานับตั้งแต่นายจารุชาติเสียชีวิตเพราะรถจักรยานยนต์ชนกันที่ จ.เชียงใหม่ โดยพิธีมีการเคลื่อนศพจากบ้านเลขที่ 255/15 หมู่บ้านวังชมภู หมู่ 15 ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย ไปยังฌาปนสถานห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร โดยมีทาง พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ธาตรี กุลวัฒน์ ผกก.สภ.พาน พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปเจรจาเพื่อขอรับศพไปทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด

ซึ่งหลังจากได้มีการหารือกับทางญาติแล้วก็ได้รับการยินยอมแม้ว่าจะมีการแจ้งอย่างเร่งด่วนในช่วงเช้าของวันประกอบพิธีฌาปนกิจศพนี้ก็ตาม เพราะทางเจ้าหน้าที่และญาติตกลงจะให้มีการประกอบพิธีโดยเคลื่อนศพไปยังฌาปนสถานและประกอบพิธีถวายผ้าบังสุกุลแด่พระสงฆ์ตามขั้นตอน จากนั้นจึงค่อยขอนำศพไปทำการชันสูตรพลิกศพต่อไป ทั้งนี้ในพิธีทาง พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ได้นำถวายและนำวางดอกไม้จันทน์ตามขั้นตอน ท่ามกลางผู้ไปร่วมงานประมาณ 200 คน และพบว่าในงานมีพวงหรีดที่มีผู้นำไปไว้อาลัยเพียงแค่ 2 พวง โดยมาจากเพื่อนร่วมรุ่นเรียนและร้านอาหารแห่งหนึ่งเท่านั้น และหลังประกอบพิธีแล้วเสร็จแล้วทางโรงพยาบาลพานได้เข้ารับศพเพื่อนำส่งโรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ โดยทาง พล.ต.ต.พิเชษฐ์ และคณะนำไปส่งในทันที

พล.ต.ต.พิเชษฐ กล่าวว่าเนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจและพนักงานต้องมีความละเอียดรอบคอบรวมทั้งทำให้หมดความน่าสงสัยในคดี โดยที่ผ่านมามีการดำเนินการร่วมกับทางแพทย์ไปแล้วแต่เป็นคดีเกี่ยวกับอุบัติเหตุ แต่หลังจากนั้นมีข้อสงสัยว่าอาจเกิดสาเหตุอื่นจึงได้ขออนุญาต ผบช.ภ.5 มาขอรับศพไปชันสูตรพลิกศพอีกครั้งโดยได้หารือกับบิดาและมารดาของผู้ตายซึ่งไม่ได้รู้เรื่องการไปเป็นพยานในคดีใดๆ ของบุตรมาตั้งแต่ต้น เพราะออกจากบ้านไปนับ 10 ปีโดยพึ่งทราบว่าบุตรชายเสียชีวิตที่ จ.เชียงใหม่ หลังหารือด้วยเหตุและผลแล้วก็ทราบว่าญาติก็อยากทราบสาเหตุการตายที่แท้จริงจึงอนุญาตให้นำศพไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ละเอียดดังกล่าว ซึ่งผลการตรวจเป็นอย่างไรก็จะได้แจ้งผลต่อสาธารณชย ส่วนวันและเวลาแล้วเสร็จก็ขึ้นอยู่กับทางทีมแพทย์ต่อไป ขณะเดียวกันก็จะไปตรวจสอบกรณีมีผู้เก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของนายจารุชาติให้กับญาติเรียบร้อยโดยไม่มีผู้ใดทราบว่าใครเก็บนั้นตนจะไปตรวจสอบให้อีกครั้ง รวมทั้งยืนยันว่าข้าวของเครื่องใช้โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือของผู้ตายนั้นทางโรงพยาบาลและหน่วยกู้ภัยได้เก็บเอาไว้ให้ครบถ้วนทุกอย่าง

พล.ต.ต.พิเชษฐ กล่าวอีกว่ากรณีนายสมชาย ตาวิโน คู่กรณีของนายจารุชาตินั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกสอบปากคำมาแล้ว 2 ครั้ง พบคำให้การไม่ตรงกันโดยวันแรกให้การว่าไปดื่มสุราที่ร้านแห่งหนึ่งแต่เมื่อสอบถามทางพนักงานเสริฟในร้านก็พบว่าเป็นการดื่มเบียร์มากกว่า กระนั้นก็พบว่าวันที่สอบปากคำยังเมาสุราซึ่งอาจทำให้ให้การไม่ตรงกันก็ได้ เบื้องต้นจึงตั้งข้อหาขับขี่โดยประมาทจนทำให้มีผู้เสียชีวิตส่วนข้อหาเมาสุราแล้วขับขี่กำลังรอผลจากทางแพทย์ซึ่งสามารถเรียกตัวมาทราบข้อกล่าวหาต่อไปได้ ขณะที่กรณีมีภาพปรากฎว่านายสมชายนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติเพราะอาจไปพบกันที่ร้านโดยนั่งคนละโต๊ะแต่เมื่อร้านปิดก็ออกมาคุยกันได้ กระนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้ตรวจสอบเพื่อให้สิ้นความสงสัยในคดีนี้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าด้านนายสมานและนางตารวมทั้งญาติคนอื่นๆ ต่างยังคงยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องราวการไปเป็นพยานในคดีสำคัญของนายจารุชาติ และกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่จะนำศพไปชันสูตรพลิกศพใหม่นั้นเดิมก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะได้จัดเตรียมการทุกอย่างเอาไว้พร้อมหมดแล้ว แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ประสงค์จะนำไปก็คงต้องปล่อยไปตามสถานการณ์ กระนั้นหากว่าจะทำการเผาศพก็ขอให้แจ้งผู้ทางบ้านให้ได้รับทราบด้วยเพื่อจะได้เดินทางไป โดยจะให้เผาร่างของนายจารุชาติที่ จ.เชียงใหม่ เลยโดยไม่ต้องนำกลับไปที่ จ.เชียงราย อีกเพราะถือว่าได้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ แล้วเสร็จไปหมดแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง