OpenAI เปิดตัว Prism ผู้ช่วย AI อัจฉริยะสำหรับนักวิจัยโดยเฉพาะ

นักวิจัยถูกใจสิ่งนี้ ! เมื่อ โอเพนเอไอ (OpenAI) บริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลก ได้เปิดตัว พริซึ่ม (Prism) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มพื้นที่ทำงาน (Workspace) แบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยโดยเฉพาะ โดยเปิดตัวในวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ระบุว่าแพลตฟอร์มนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนบทบาทของ AI จากแชตบอต ให้กลายเป็นพื้นที่ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
แพลตฟอร์ม Prism คืออะไร ?
Prism คือแพลตฟอร์มบนคลาวด์ (Cloud-based) ที่ใช้เป็นพื้นที่ในการทำงานร่วมกัน (Collaborative Workspace) สำหรับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนักศึกษา โดยใช้เทคโนโลยีหลักจากคริกเซ็ต (Crixet) แพลตฟอร์มสำหรับเขียนงานวิจัยด้วยภาษาเลเทกซ์ (LaTeX) หรือภาษาคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้จัดรูปแบบเอกสารทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ภาษา เช่น การจัดหน้าเอกสารที่มีสมการจำนวนมาก ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ OpenAI เพิ่งเข้าซื้อกิจการ มาผสมผสานกับขุมพลังของโมเดลแชตบอต AI รุ่นล่าสุดอย่าง GPT-5.2 ทำให้ AI สามารถเข้าถึงโครงสร้างของบทความวิจัย สมการต่าง ๆ รายการอ้างอิงและบริบทแวดล้อมทั้งหมดได้
ฟีเจอร์เด่นของแพลตฟอร์ม Prism
โหมดการคิดวิเคราะห์เชิงลึกในทุกย่อหน้า: AI ไม่เพียงแต่ช่วยเขียน แต่ยังเข้าใจบริบททั้งฉบับ สามารถตรวจสอบได้ว่าบทสรุปสอดคล้องกับข้อมูลในรูปภาพหรือตารางหรือไม่ ผ่านการประมวลผลโดย GPT-5.2 Thinking
จัดการภาษา LaTeX และสมการอัตโนมัติ: สามารถแปลงภาพถ่ายจากกระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยสมการยุ่งเหยิงหรือแผนภาพมือวาด ให้กลายเป็นชุดคำสั่งภาษา LaTeX และรูปภาพดิจิทัลที่สวยงามได้ทันที
ระบบอ้างอิงอัจฉริยะ: ค้นหาและดึงข้อมูลจากแหล่งวิจัยหรือฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ มาใส่ในบรรณานุกรมให้อัตโนมัติ
การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์: สามารถเชิญผู้ร่วมวิจัย อาจารย์ หรือนักศึกษา เข้ามาแก้ไขเอกสารพร้อมกันได้ไม่จำกัดจำนวน โดยมีการเก็บประวัติเวอร์ชันอย่างละเอียด
การสั่งงานด้วยเสียง: นักวิจัยสามารถสั่งแก้ไขข้อความหรือปรับปรุงสมการผ่านคำสั่งเสียงได้โดยไม่ต้องละมือจากงานที่ทำอยู่
ตอบโจทย์ปัญหาข้อมูลและเครื่องมือกระจัดกระจายที่นักวิจัยต้องเจอ
ปัจจุบันงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มีความซับซ้อนและกระจัดกระจาย นักวิจัยต้องสลับเครื่องมือไปมา เช่น เครื่องมือเขียนเอกสาร โปรแกรมจัดการบรรณานุกรม เครื่องมือคำนวณหรือวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการใช้แชตบอตแยกต่างหากเพื่อขอคำแนะนำ
แพลตฟอร์ม Prism จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางของเครื่องมือดังกล่าว ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการรูปแบบที่ซับซ้อน และช่วยให้นักวิจัยโฟกัสไปที่การศึกษาและการค้นพบมากกว่าการจัดการเอกสาร
เควิน ไวล์ (Kevin Weil) รองประธานฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ OpenAI ระบุว่า หากปี 2025 คือปีที่ AI เปลี่ยนแปลงโลกการเขียนโปรแกรมไปอย่างสิ้นเชิง ปี 2026 นี้ แพลตฟอร์ม Prism จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกันในวงการวิทยาศาสตร์ โดย OpenAI เชื่อว่าเครื่องมือนี้จะช่วยเร่งความเร็วในการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ตั้งแต่ด้านชีววิทยาไปจนถึงฟิสิกส์ดาราศาสตร์
เปิดให้ใช้งานแล้ววันนี้
สำหรับผู้ที่สนใจ แพลตฟอร์มนี้เปิดให้เข้าใช้งานแล้วทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา โดยในระยะแรกนี้ OpenAI เปิดให้ ผู้ใช้งานทั่วไปที่มีบัญชี ChatGPT ส่วนบุคคล (Personal Account) สามารถเข้าใช้งานได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มเติม ส่วนผู้ใช้ในกลุ่มองค์กรและสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT Business, Enterprise หรือ Education จะได้รับการอัปเดตให้เข้าใช้งานได้ในลำดับถัดไปเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงพื้นที่ทำงานอัจฉริยะนี้ได้โดยตรงผ่านหน้าเว็บไซต์ของ OpenAI ซึ่งระบบจะเชื่อมต่อกับบัญชี ChatGPT เดิมของผู้ใช้งานได้ทันที
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
