รีเซต

ประเทศไทยกลับมาแล้ว? จับตา "New Economy" ตัวพลิกเกมเศรษฐกิจ ฐานผลิตแห่งอนาคต

ประเทศไทยกลับมาแล้ว? จับตา "New Economy" ตัวพลิกเกมเศรษฐกิจ ฐานผลิตแห่งอนาคต
TNN ช่อง16
21 สิงหาคม 2569 ( 08:00 )
6

"New Economy" เศรษฐกิจยุคใหม่ จุดเปลี่ยนประเทศไทย รับเงินไหลลงทุนพุ่งไม่หยุด ส่งสัญญาณเข้าสู่ยุคทองอีกครั้ง?


เงินลงทุนกำลังไหลเข้าไทยมากขึ้น แต่โอกาสครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เม็ดเงิน เพราะโจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้ไทยเปลี่ยนจากฐานการผลิตเดิม สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่สร้างงานคุณภาพและรายได้สูงขึ้น


ประเทศไทยกำลังถูกจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลกมากขึ้น หลังเงินลงทุนจริงจากโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อยู่ที่ 535,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงว่า “เงินกำลังไหลเข้าไทย” แต่ยังเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเศรษฐกิจไทย เพราะเงินลงทุนจำนวนมากกำลังมุ่งไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ทั้ง AI เทคโนโลยีดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และพลังงานสะอาด


พูดง่าย ๆ คือ ไทยกำลังขยับเข้าสู่ยุค “New Economy” หรือเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนมากขึ้น


 เงินลงทุนไหลเข้าไทย จุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจ


ข้อมูลจาก BOI ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีเงินลงทุนจริงจากโครงการที่ได้รับการส่งเสริมรวม 535,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน ขณะที่เฉพาะไตรมาส 2 มีเงินลงทุนจริงกว่า 255,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31%


การลงทุนเหล่านี้คาดว่าจะสร้างการจ้างงานคนไทยมากกว่า 630,000 ตำแหน่ง และกว่า 60% อยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์


จึงเห็นได้ว่า นักลงทุนไม่ได้เข้ามาเพียงตั้งโรงงานแบบเดิม แต่กำลังมองหาอุตสาหกรรมที่จะเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโลกในอนาคต


AI กลายเป็นแม่เหล็กดูดเงินลงทุน


หนึ่งในสัญญาณที่น่าสนใจที่สุด คือเงินลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยี โดยะเฉพาะไตรมาส 2 ของปี 2569 มีเงินลงทุนจริงในกลุ่มนี้มากกว่า 127,000 ล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของเงินลงทุนจริงทั้งหมด และเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปีก่อน


ตัวเลขนี้สะท้อนว่าไทยกำลังเข้าไปมีบทบาทในห่วงโซ่ AI ของโลกมากขึ้น และไม่ได้หมายถึงแค่การพัฒนา Software หรือสร้างโมเดล AI เท่านั้น แต่ยังรวมถึง Hardware อิเล็กทรอนิกส์ Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการเติบโตของเทคโนโลยี AI


นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไม “New Economy” จึงอาจกลายเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต


ไม่ใช่แค่ AI เงินยังไหลเข้าอุตสาหกรรมสำคัญ


นอกจาก AI และเทคโนโลยีแล้ว เงินลงทุนยังเข้าสู่อุตสาหกรรมพื้นฐานที่ไทยมีศักยภาพอยู่แล้ว ทั้ง พลังงานหมุนเวียน 23,000 ล้านบาท เกษตรและแปรรูปอาหาร 22,300 ล้านบาท แร่ โลหะและวัสดุ 21,000 ล้านบาท และยานยนต์และชิ้นส่วน 18,200 ล้านบาท


จุดสำคัญคือ ไทยไม่ได้ต้องเริ่มสร้างอุตสาหกรรมใหม่ทั้งหมดจากศูนย์ เพราะไทยมีฐานการผลิตเดิมอยู่แล้ว ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม รวมถึงมีผู้ผลิตจำนวนมาก โครงสร้างพื้นฐาน และ Supply Chain ที่เชื่อมกับตลาดโลก


ดังนั้น เมื่อบริษัทต่างชาติต้องการกระจายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยง ไทยจึงมีโอกาสต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ได้ทันที


 จากโรงงานเดิม สู่ธุรกิจแห่งอนาคต


นี่คือจุดที่ไทยต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ 


จากฐานการผลิตรถยนต์เดิม สามารถต่อยอดไปสู่ EV และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 


จากฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สามารถต่อยอดไปสู่ Smart Electronics และ AI Hardware 


จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สามารถต่อยอดไปสู่ Data Center และ AI Infrastructure 


จากอุตสาหกรรมอาหาร สามารถต่อยอดไปสู่ อาหารมูลค่าสูงและเทคโนโลยีการเกษตร


นี่จึงไม่ใช่การทิ้งของเดิมแล้วเริ่มใหม่ แต่เป็นการ ยกระดับของเดิมให้มีมูลค่าสูงขึ้น


World Bank มองว่าไทยยังมีโอกาสในอุตสาหกรรมอนาคต ทั้ง Advanced Manufacturing, Agribusiness และ Digital Services รวมถึง EV อุปกรณ์พลังงานสะอาด และเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มผลิตภาพและสร้างงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น





เกมนี้ไทยต้องแข่งกับ "อาเซียน"


แม้ตัวเลขลงทุนจะดูดี แต่ไทยไม่ได้เป็นประเทศเดียวที่กำลังดึงดูดเงินลงทุนจากทั่วโลก คู่แข่งสำคัญอยู่ในอาเซียน ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่นักลงทุนให้ความสนใจมากขึ้น


UNCTAD ระบุว่า FDI ที่ไหลเข้าสู่อาเซียนในปี 2567 เพิ่มขึ้น 8% เป็น 226,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ FDI โลกโดยรวมลดลง 11% หมายความว่า เงินลงทุนกำลังเข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน ประเทศในอาเซียนก็กำลังแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อดึงเงินลงทุนก้อนเดียวกัน


เช่น มาเลเซีย มีจุดเด่นด้าน Semiconductor, Electronics และ Data Center โดยปี 2568 มีมูลค่าการลงทุนที่ได้รับอนุมัติ 426.7 พันล้านริงกิต เพิ่มขึ้น 11% และคาดว่าจะสร้างงานกว่า 244,900 ตำแหน่ง


ขณะที่ เวียดนาม มีจุดแข็งด้านฐานการผลิตเพื่อส่งออก ต้นทุน และการเข้ามาของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก โดยช่วงครึ่งแรกปี 2569 มี FDI เบิกจ่ายจริงประมาณ 3.03 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.2%


โจทย์ของไทยไม่ใช่แค่ “ดึงเงินลงทุนเข้าประเทศ” แต่ต้องทำให้นักลงทุนมองว่า “ถ้าจะลงทุนในอาเซียน ต้องเลือกไทย”


New Economy ต้องสร้างงานคุณภาพให้คนไทย


เงินลงทุนจะมีความหมายมากขึ้น หากสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสของคนไทย เพราะ New Economy ไม่ได้วัดกันแค่จำนวนโรงงานหรือจำนวนตำแหน่งงาน แต่ต้องดูว่า งานเหล่านั้นมีรายได้และทักษะสูงขึ้นหรือไม่


ข้อมูลการลงทุนของ BOI ชี้ว่า กว่า 60% ของการจ้างงานอยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง นั่นหมายถึงความต้องการคนที่มีทักษะใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งวิศวกร ช่างเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ รวมถึงคนที่สามารถทำงานร่วมกับ AI


ถ้าไทยเตรียมคนให้ทัน เงินลงทุนก็จะไม่ได้สร้างแค่ “งาน” แต่สามารถสร้างงานคุณภาพ รายได้ที่สูงขึ้น และผลิตภาพที่ดีขึ้น



จุดเปลี่ยนสำคัญของไทยอยู่ตรงไหน?


รัฐบาลมองว่าเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของไทยกำลังเริ่มทำงาน หลังการลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 2 เติบโตแข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งมาจากการผลักดันโครงการ Thailand Fast Pass ของ BOI ซึ่งช่วยเร่งกระบวนการลงทุน และการลงทุนจำนวนมากอยู่ในอุตสาหกรรม S-Curve เช่น อิเล็กทรอนิกส์ AI พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร 


ทั้งหมดนี้กำลังบอกว่า เศรษฐกิจไทยอาจกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่ไทยเป็นฐานการผลิตของโลก กำลังขยับไปสู่การเป็น ฐานการผลิตและเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงขึ้น


เงินลงทุนคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เส้นชัย


ท้ายที่สุดแล้ว การที่เงินลงทุนไหลเข้าไทยมากขึ้นถือเป็นสัญญาณบวก แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด คำถามที่สำคัญกว่าคือ ไทยจะเปลี่ยนเงินลงทุนเหล่านี้ให้กลายเป็นอะไร จะสร้างงานที่มีรายได้ดีขึ้นได้หรือไม่ จะทำให้คนไทยมีทักษะที่ตรงกับเศรษฐกิจยุคใหม่ได้หรือไม่ และจะทำให้บริษัทไทยเข้าไปอยู่ใน Global Supply Chain ที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้หรือไม่


เพราะเป้าหมายของไทยไม่ควรหยุดอยู่ที่การดึงเงินลงทุน แต่ต้องไปให้ถึงขั้น “สร้างเศรษฐกิจใหม่จากเงินลงทุน” หากทำได้ เงิน 5.35 แสนล้านบาทในวันนี้ อาจไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขการลงทุน แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว และนี่อาจเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญที่สุดของไทย ในการไม่ตกขบวนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง