รีเซต

GFC ดีมานด์แผ่ว เศรษฐกิจกดดัน เป้าเหลือ 3 บาท

GFC ดีมานด์แผ่ว เศรษฐกิจกดดัน เป้าเหลือ 3 บาท
ทันหุ้น
7 พฤษภาคม 2569 ( 01:15 )

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุถึง บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC ว่า มีมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ GFC โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 3 ล้านบาท ลดลง 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 8% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากคาดว่ารายได้จากการให้บริการจะลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวจากไตรมาสก่อน จากการเลื่อนหรือชะลอเข้ารับบริการตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะสาขากรุงเทพฯ ส่งผลให้คาดว่าจะมีจำนวนรอบการเก็บไข่ประมาณ 189 รอบ ลดลง 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวจากไตรมาสก่อน

นอกจากนี้ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) และอัตรากำไร EBITDA (EBITDA Margin) จะลดลงทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและจากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 40.5% และ 21.6% ตามลำดับ จากแรงกดดันของปริมาณการใช้บริการที่ยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่ และค่าใช้จ่ายยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2571 ลง 45-55% เพื่อสะท้อนการใช้บริการที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาดเดิม โดยปรับกำไรสุทธิปี 2569 ลง 45% เหลือ 15 ล้านบาท จากเดิม 26 ล้านบาท ส่วนปี 2570-2571 ปรับลง 53-55% เหลือ 17 ล้านบาท จากเดิม 35 ล้านบาท และ 20 ล้านบาท จากเดิม 42 ล้านบาท ตามลำดับ

การปรับประมาณการดังกล่าวสะท้อน 1. สมมติฐานจำนวนรอบการเก็บไข่และการฝังตัวอ่อน (Treatment Cycle) ที่ลดลงจากเดิม 8-13% จากแนวโน้มการใช้บริการฟื้นตัวช้ากว่าคาด และ 2. การปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลงมาอยู่ที่ 40.9%, 41.4% และ 41.8% ในปี 2569-2571 ตามลำดับ จากเดิม 42.0%, 43.3% และ 43.7% เนื่องจากอัตราการใช้บริการ (Utilization) ยังอยู่ในระดับต่ำ กดดัน Operating Leverage ขณะที่โครงสร้างต้นทุนมีสัดส่วนต้นทุนคงที่สูง ทำให้การขยายตัวของมาร์จิ้นจำกัดกว่าคาดเดิม

สำหรับปี 2569 คาดว่ากำไรสุทธิจะลดลง 35% จากปีก่อน จากการใช้บริการที่ฟื้นตัวช้า ขณะที่โครงสร้างต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้อัตรากำไรฟื้นตัวจำกัด

ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “Neutral” สำหรับ GFC พร้อมปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 3.00 บาท จากเดิม 3.50 บาท อิงวิธี DCF และ WACC 9.7% เพื่อสะท้อนการปรับลดประมาณการกำไรปี 2569-2571 โดยมองว่า 1. แนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรที่ช้ากว่าคาด ทำให้กำไรยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด 2. การใช้บริการที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้รายได้ยังไม่กลับสู่ระดับการเติบโตที่ชัดเจน และ 3. Operating Leverage ยังอ่อนตัว กดดันให้มาร์จิ้นขยายตัวได้จำกัด

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ควรกลับมาติดตาม GFC คือพัฒนาการของการขยายตลาดต่างประเทศที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญในระยะถัดไป ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E ปี 2569 ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย สะท้อนอัพไซด์ที่จำกัดในระยะสั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง