ชาวบ้านกาฬสินธุ์ ที่โดนนายทุนฟ้อง หลังได้โฉนดจากบิ๊กป้อม วอนนายกฯช่วย แฉเอกสารพิรุธอื้อ

ชาวบ้านกาฬสินธุ์ ที่โดนนายทุนฟ้อง หลังได้โฉนดจากบิ๊กป้อม วอนนายกฯช่วย แฉเอกสารพิรุธอื้อ
ข่าวสด
24 มีนาคม 2563 ( 17:10 )
61
ชาวบ้านกาฬสินธุ์ ที่โดนนายทุนฟ้อง หลังได้โฉนดจากบิ๊กป้อม วอนนายกฯช่วย แฉเอกสารพิรุธอื้อ

ชาวบ้านกาฬสินธุ์ ที่โดนนายทุนฟ้อง หลังได้โฉนดจากบิ๊กป้อม วอนนายกฯช่วย แฉเอกสารพิรุธอื้อ

กรณีชาวบ้านในหลายอำเภอที่ จ.กาฬสินธุ์ นำหมายศาลร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อ้างถูกนายทุนเงินกู้ส่งฟ้องศาล เหตุไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ตั้งแต่ปี 2558 ทั้งๆที่เคลียร์เรื่องจบจ่ายเงินคืนโฉนดเรียบร้อยแล้วรับกับมือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนกันยายนปี 2561 แต่ยังมีการทวงหนี้และส่งฟ้องศาลจากนายทุนรายเดิม จึงได้เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรม ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 24 มี.ค. ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ชาวบ้านจำนวน 10 คน นำโดย นางอภิรุจี ชุครุน บ้านเลขที่ 72 หมู่ 8 ต.ดงพยุง อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ นางนงเยาว์ กมลเรือง บ้านถ้ำปลา หมู่ 3 ต.สหัสขันธ์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ และนายอำพันธ์ ชมพูทัศน์ บ้านเลขที่ 144 หมู่ 3 บ้านสูงเนิน ต.เนินยาง อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ นำเอกสารเข้าพบทนายความ และเตรียมตัวขึ้นศาลตามหมายนัด ในวันนี้

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

นางอภิรุจี ชุครุน กล่าวว่า ถึงวันนี้ตนและชาวบ้านอีกหลายอำเภอ ที่ตกเป็นลูกหนี้ซ้ำสองนายทุนเงินกู้ ยืนยันในความบริสุทธิ์ของพวกตน ที่ได้รับแจ้งให้มาขึ้นศาลในวันนี้ เพื่อไกล่เกลี่ยปัญหาการกู้ยืมกับนายทุนรายดังกล่าว

ทั้งนี้ ตนและชาวบ้าน 10 คน ซึ่งเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ได้ขอแรงทนายอาสา เพื่อสู้คดีกับโจทก์ที่เป็นนายทุน จึงอยากจะขอเรียกร้องชาวบ้านรายอื่นๆ ที่คิดว่าน่าจะมีเป็นร้อยๆคน ที่ยังไม่ออกมาแสดงตัว เนื่องจากกลัวอิทธิพล ให้ออกมารวมพลังกัน เพราะเชื่อในกระบวนการศาลยุติธรรมและมั่นใจว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง

สำหรับตนถึงแม้จะกลัว ก็ต้องยอมลุกขึ้นสู้ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและความถูกต้อง เพราะพวกเราไม่ได้ไปกู้เงินกับนายทุน ตามที่มีหนังสือส่งมาทวงและให้ขึ้นศาล เพื่อขอความเป็นธรรม เพราะพวกตนไม่ได้ไปกู้ยืมเงินนายทุนเป็นครั้งที่สองอีกเลย

ส่วนที่กู้ครั้งแรกในปี 2558 วงเงิน 50,000 บาทนั้น ก็ชำระหมดแล้ว แต่กลับมีสัญญาฉบับใหม่มาทวงว่าตนกู้ พร้อมให้ชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 6,6000 บาท จึงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง เพราะไม่ได้กู้จริงๆ

ด้าน นางนงเยาว์ กมลเรือง กล่าวว่า ตนกู้เงินกับนายทุนรายดังกล่าวในปี 2558 วงเงิน 20,000 บาท โดยนำโฉนดที่ดินไปค้ำประกันเงินกู้ ทำสัญญาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2558 แต่ได้ส่งทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยคืนหมดแล้ว และได้รับโฉนดที่ดินคืนเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561 ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ (หลังเก่า) โดยมีพล.อ.ประวิตร เดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบคืนโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน ตามโครงการคืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม

แต่เมื่อเร็วๆนี้กลับได้รับหนังสือทวงหนี้อีก ทำให้ตนเป็นทุกข์ใจเป็นอย่างมาก ถึงกับกินไมได้ นอนไม่หลับ โดยในสัญญาฉบับใหม่ที่ได้รับพร้อมหมายศาล ระบุว่าทำสัญญาเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559 วงเงิน 45,000 บาท ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย เพราะตนกับชาวบ้านที่ตกเป็นลูกหนี้ซ้ำสองเหมือนกัน ทุกคนต่างยืนยันว่าไม่ได้ไปกู้เงินจากนายทุนรายเดิมอีก และโฉนดที่ดินก็อยู่กับพวกตน แต่ในใบทวงหนี้กลับระบุว่าไม่ส่งคืนเงินกู้และดอกเบี้ย จึงจะขายทอดตลาด ซึ่งขัดกับความเป็นจริงมาก

จึงขอวิงวอนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม สงสารชาวบ้านยากจนที่ตกเป็นลูกหนี้นายทุนโดยไม่รู้ตัว และลงมาดูคดีนี้ด้วย เพราะพวกตนไม่ได้ไปกู้เงินตามที่นายทุนทวงมาเลย

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจเอกสารตามสัญญาที่ฝ่ายโจทก์แนบมากับหมายศาล พบพิรุธหลายประการ เช่น หนังสือทวงหนี้ระบุลงวันที่ 16 ตุลาคม 2561 แต่ระบุให้ไปชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยภายในวันที่ 11 เมษายน 2561 และในสัญญากู้เงิน 20,000 บาท แต่เอกสารในสัญญาที่ระบุว่ากู้เงินครั้งที่สองกลับระบุว่ากู้ในวงเงิน 45,000 บาท ซึ่งย้อนแย้ง ไม่ตรงกัน

ทั้งนี้ จากการรวบรวมเอกสารของทนายความ ได้แจ้งว่าเมื่อพบพิรุธของเอกสารดังกล่าว จะได้ทำเรื่องขออำนาจศาล เพื่อขอเป็นคดีพิเศษ และขอเลื่อนการพิจารณาคดีใหม่ไปนัดหน้า วันที่ 24 พฤษภาคม 2563

 
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง