รีเซต

“มาดูโร” ปรากฏตัวเตรียมขึ้นศาลรอบ 2 หลังจากกว่า 3 เดือนที่หายหน้าในเรือนจำ

“มาดูโร” ปรากฏตัวเตรียมขึ้นศาลรอบ 2 หลังจากกว่า 3 เดือนที่หายหน้าในเรือนจำ
TNN ช่อง16
26 มีนาคม 2569 ( 15:01 )

ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ที่ถูกจับกุมตัวจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จะปรากฏตัวที่ศาลในนครยิวยอร์กอีกครั้งในวันนี้ (26 มีนาคม) หลังจากถูกจำคุกพร้อมกับภรรยานานราว 3 เดือน โดยมาดูโรและทีมทนายของเขาพยายามยื่นคำร้องให้ศาลยกเลิกคำฟ้องคดียาเสพติดพร้อมทั้งโต้แย้งว่าสหรัฐฯ กำลังละเมิดสิทธิทางรัฐธรรมนูญ ด้วยการขัดขวางไม่ให้เงินของรัฐบาลเวเนซุเอลาถูกนำมาใช้จ่ายเป็นค่าดำเนินคดีของเขา


นี่เป็นครั้งแรกที่มาดูโรและภรรยาของเขา ซิเลีย ฟลอเรส จะขึ้นศาลอีกครั้งนับตั้งแต่การไต่สวนเบื้องต้นเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งในครั้งนั้นเขาได้ประท้วงการจับกุมโดยกองกำลังทหารสหรัฐฯ พร้อมประกาศว่า “ผมไม่ผิด ผมเป็นคนดี เป็นประธานาธิบดีตามรัฐธรรมนูญของประเทศของผม” ในขณะที่ภรรยาของเขาก็ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน และจนถึงขณะนี้ทั้งสองยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์กักกันในย่านบรูคลินของนครนิวยอร์กและยังไม่ได้ยื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด


ย้อนไปเมื่อการขึ้นศาลครั้งที่แล้วของมาดูโร เขาได้กล่าวว่าตัวเอง “มีสิทธิที่จะให้รัฐบาลเวเนซุเอลาจ่ายค่าดำเนินคดีให้” แต่อัยการว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อนุญาตให้มาดูโรและฟลอเรสใช้เงินส่วนตัวจ่ายค่าทนายได้ แต่ไม่สามารถใช้เงินจากกองทุนของรัฐบาลที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรได้ ซึ่งฝั่งมาดูโรระบุว่าเขาไม่สามารถจ่ายค่าทนายได้เองและหากต้องการใช้ทนายที่รัฐออกค่าใช้จ่ายให้จะต้องพิสูจน์ว่าไม่มีความสามารถทางการเงินเพียงพอ


ขณะที่ ในเอกสารที่ทีมทนายความของมาดูโรยื่นต่อศาลเมื่อเดือนที่ผ่านมา แบร์รี พอลแล็ค ทนายความประจำตัว ระบุว่าสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ หรือ OFAC ซึ่งดูแลมาตรการคว่ำบาตรได้กลับคำตัดสินเกี่ยวกับการอนุญาตให้เวเนซุเอลาจ่ายค่าทนายให้เขา โดยหน่วยงานดังกล่าวอนุมัติเมื่อวันที่ 9 มกราคม แต่เพิกถอนการอนุมัติภายในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง “โดยไม่มีคำอธิบาย”


ในเอกสารคำฟ้องของอัยการที่มีความยาว 25 หน้า ยังระบุว่า มาดูโรและพวกมีส่วนร่วมกับเครือข่ายค้ายาเสพติดเพื่ออำนวยความสะดวกในการลำเลียงโคเคนหลายพันตันเข้าสู่สหรัฐฯ ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวก่อนหน้านี้ อีกทั้งมาดูโรและภรรยายังถูกกล่าวหาว่าสั่งการลักพาตัว ทำร้ายร่างกาย และสังหารผู้ที่เป็นหนี้ค่ายาเสพติด รวมถึงการสังหารหัวหน้าแก๊งค้ายาในกรุงการากัส ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดทั้งคู่มีโทษจำคุกตลอดชีวิต


ภายหลังการจับกุมตัวมาดูโรอย่างกะทันหันจากกรุงการากัสเมืองหลวงของเวเนซุเอลา ทำให้ตำแหน่งผู้นำประเทศว่างลงและเป็นเหตุให้ “เดลซี โรดริเกซ” ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา ซึ่วแม้ว่าพรรคการเมืองของมาดูโรยังคงมีอำนาจอยู่ แต่ตัวมาดูโรและอิทธิพลของเขากลับค่อย ๆ ถูกลดบทบาทออกจากรัฐบาลรักษาการของ โรดริเกซ โดยได้มีการสั่งปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน รวมถึงรัฐมนตรีกลาโหมและอัยการสูงสุดที่สนับสนุนมาดูโร พร้อมทั้งปรับโครงสร้างหน่วยงานแต่งตั้งเอกอัครราชทูต และยกเลิกแนวทางบางส่วนของขบวนการสังคมนิยมที่ปกครองเวเนซุเอลามานานกว่า 20 ปี


นโยบายของโรดริเกซ ยังมีการสั่งปรับรูปแบบสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยรายการช่วงเย็นอันยาวนานของมาดูโรให้เปลี่ยนมาเป็นการออกอากาศที่สั้นลงและไม่มีการแสดงดนตรีแบบที่ผู้นำคนก่อนมักออกมาเต้นร่วม แต่สิ่งสำคัญคือเวเนซุเอลาได้กลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯ อีกครั้งนับตั้งแต่ตัดความสัมพันธ์กับรัฐบาลของมาดูโรในปี 2019 และผลของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทำให้ สหรัฐฯ ได้ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่ออุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา รวมถึงการส่งอุปทูตไปประจำที่กรุงการากัส


ทั้งนี้ เวเนซุเอลาได้รับเงินส่วนแบ่งงวดแรกจำนวน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากยอดขายน้ำมันทั้งหมด 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในข้อตกลงการจัดหาน้ำมันจำนวน 50 ล้านบาร์เรลที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศทำไว้กับเวเนซุเอลาก่อนหน้านี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง