ศาลสหรัฐฯ ฟังข้อกล่าวหา Meta ทำเด็กติดโซเชียลหนัก

เมื่อวานนี้ (18 สิงหาคม) ศาลสหรัฐฯ รับฟังข้อกล่าวหาว่าบริษัท Meta จงใจทำให้เด็กและเยาวชนติด Facebook และ Instagram ซึ่งเป็นการดำเนินคดี “ครั้งใหญ่ที่สุด” เท่าที่บริษัทโซเชียลมีเดียแห่งนี้เคยเผชิญมา โดยคณะลูกขุนในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย คาดว่าจะใช้เวลาราว 6 สัปดาห์ในการพิจารณาคดี โดยรับฟังข้อโต้แย้งจากทนายความของหลายรัฐในสหรัฐฯ และทีมกฎหมายของ Meta รวมถึงทีมทนายของ Meta โดยทั้งสองฝ่ายต่างโต้แย้งข้อกล่าวหาและข้อเท็จจริงของอีกฝ่ายตั้งแต่วันเปิดการพิจารณาคดี
ทนายความจากรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า บริษัท Meta สามารถตรวจสอบได้ว่า มีเด็กอายุเพียง 11 และ 12 ปี “หลายล้านคน” ใช้งาน Instagram แต่บริษัทไม่ได้ดำเนินมาตรการเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้เด็กเหล่านี้เข้าถึงแพลตฟอร์ม แต่ตัวแทนของ Meta โต้แย้งว่า บริษัทตรวจพบผู้ใช้งานในช่วงอายุดังกล่าวราว 100,000 คนพร้อมโต้แย้งด้วยว่า ภาวะเสพติดโซเชียลมีเดียที่บริษัทถูกกล่าวหานั้นไม่มีอยู่จริง Meta โต้แย้งด้วยว่า ประเด็นที่ถูกมองข้ามไปคือการที่มีวัยรุ่นอีกจำนวนมากที่มีประสบการณ์ที่ดีจากการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของ Meta
คดีความนี้ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับบริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่อย่าง Meta สืบเนื่องมาจากการฟ้องร้องที่ยื่นในปี 2023 โดย 29 รัฐของสหรัฐฯ รวมถึงแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์ก ที่กล่าวหาว่า Meta ละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางและกฎหมายระดับรัฐหลายฉบับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก โดยแต่ละรัฐที่ยื่นฟ้องได้เรียกร้องค่าเสียหายจาก Meta เป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ยังต้องการให้บริษัท ปรับเปลี่ยนการทำงานของ Instagram และ Facebook รวมถึงยกเลิกการแสดงจำนวน “กด Like” และฟีเจอร์เลื่อนหน้าจอแบบไม่มีที่สิ้นสุดด้วย
ขณะที่ พอล ชมิดต์ ทนายความหลักของ Meta ในคดีนี้ กล่าวถึงรายงานการวิจัยภายในของบริษัทโดยตรง ระบุว่า Instagram ทำให้รู้สึกดีขึ้น ขณะที่อีก 41% บอกว่าไม่มีผลต่อความรู้สึก ส่วนทนายฝ่ายรัฐอ้างผลสำรวจอีกชุดว่า วัยรุ่น 1 ใน 5 คนระบุว่า Instagram ทำให้รู้สึกแย่ลง
ทนายของ Meta ยังพยายามหักล้างข้อกล่าวหาของรัฐที่ว่า Meta ไม่เพียงล้มเหลวในการป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีใช้งานแพลตฟอร์ม แต่ยังจงใจ ทำให้เด็กและวัยรุ่นติด Facebook และ Instagram รวมถึงการออกแบบแพลตฟอร์มให้มีลักษณะเสพติดด้วย
ส่วนในประเด็นที่ว่า Meta สามารถตรวจสอบอายุของผู้ใช้งานทุกคนบนแพลตฟอร์มได้หรือไม่ ชมิดต์แย้งว่า กฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่ Meta ถูกกล่าวหาว่าละเมิดในคดีนี้เอง กลับห้ามบริษัทจัดเก็บและใช้ข้อมูลบางอย่างที่จำเป็นต่อการติดตามผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ทนายความ Meta ได้อ้างถึงคำพูดในอดีตของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta และอดัม โมเซรี ผู้บริหาร Instagram ที่เคยระบุว่า ทั้ง Facebook และ Instagram ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เกิดการเสพติด และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนแนวคิดว่าการเสพติดโซเชียลมีเดียสามารถเกิดขึ้นได้
ทั้งนี้ เอกสารวิจัยภายในฉบับหนึ่งระบุถึงกลุ่มเยาวชนและ Instagram ว่า วัยรุ่นมีรูปแบบการใช้ Instagram ที่เหมือนกับ “ผู้ติดยา” ขณะที่อีกเอกสารหนึ่งที่ทนายความแคลิฟอร์เนียนำมาเสนอให้คณะลูกขุนพิจารณาระบุว่า ฟีเจอร์ของผลิตภัณฑ์จาก Meta ออกแบบมาเพื่อเพิ่มระยะเวลาการใช้งาน ซึ่งขัดแย้งโดยธรรมชาติกับความเป็นอยู่ที่ดี และลดทอนความสามารถของผู้คนในการจดจ่อกับกิจกรรมที่เพิ่มคุณค่าให้กับชีวิต
อีกทั้งทนายความจากแคลิฟอร์เนียยังได้สรุปโมเดลธุรกิจของ Meta ว่า พวกเขาดึงผู้ใช้งานเข้าสู่แพลตฟอร์ม ทำให้พวกเขาใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มนานที่สุด เก็บข้อมูลผู้ใช้งาน และปกปิดข้อเท็จจริงจากสาธารณชน
ทนายความรายนี้ยังกล่าวด้วยว่า Meta บอกว่าบริษัทให้ความปลอดภัยอยู่เหนือผลกำไร แต่กลับปกปิดความจริงว่า ครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจ ก็พบว่า ”ผลกำไรกลับเป็นฝ่ายชนะ” เหนือความถูกต้อง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
