ทำความรู้จักเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-135 กองทัพสหรัฐอเมริกา

วันที่ 14 มีนาคม กองทัพบัญชาการกลางสหรัฐฯ (USCENTCOM) ได้ยืนยันการสูญเสียเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-135 Stratotanker 1 ลำ ระหว่างปฏิบัติภารกิจการรบในปฏิบัติการ Epic Fury (Operation Epic Fury)
โดยกองทัพบัญชาการกลางสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในน่านฟ้าที่เป็นมิตรทางตะวันตกของประเทศอิรัก โดยมีเครื่องบินเข้าร่วมภารกิจ 2 ลำ ลำหนึ่งสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย แต่อีกลำหนึ่งประสบอุบัติเหตุตก ส่งผลให้ลูกเรือทั้ง 6 นายเสียชีวิตทั้งหมด โดยทางกองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการโจมตีของฝ่ายศัตรู หรือการยิงกันเองฝ่ายเดียวกัน (Friendly fire) แต่อย่างใด
วันนี้เราจะมาทำความรู้กับเครื่องบินเติมน้ำมัน KC-135 Stratotanker กำลังหลักในการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศของกองทัพสหรัฐอเมริกา
ประวัติและความสำคัญของ KC-135 Stratotanker
เครื่องบิน KC-135 Stratotanker นั้นผลิตโดยบริษัท Boeing ในช่วงทศวรรษที่ 1950 และ 1960 โดยเครื่องบินลำแรกขึ้นบินทดสอบในเดือนสิงหาคม ปี 1956 และส่งมอบลำสุดท้ายให้กองทัพอากาศในปี 1965 เครื่องบินรุ่นนี้ทำหน้าที่เป็นหัวใจสำคัญในขีดความสามารถด้านการเติมเชื้อเพลิงทางอากาศของกองทัพอากาศสหรัฐฯ มายาวนานกว่า 60 ปี
บทบาทของ KC-135 มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการปฏิบัติการทางทหารทั่วโลกของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก (First Gulf War) ปี 1990 เครื่องบินรุ่นนี้ถูกใช้งานอย่างหนักเพื่อยืดระยะทางการบินและเวลาปฏิบัติการของเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิด
สมรรถนะและคุณลักษณะเด่น
ระบบเครื่องยนต์และความเร็วขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน CFM-56 จำนวน 4 เครื่อง สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 530 ไมล์ต่อชั่วโมง ที่ระดับความสูง 30,000 ฟุต สามารถบรรทุกเชื้อเพลิงเพื่อถ่ายเทได้สูงสุดถึง 200,000 ปอนด์ และพื้นที่ดาดฟ้าขนส่งสินค้ายังสามารถดัดแปลงเพื่อบรรทุกสัมภาระได้สูงสุด 83,000 ปอนด์ หรือแม้กระทั่งใช้ในการอพยพผู้ป่วยและลำเลียงทางการแพทย์ได้
ระบบการเติมเชื้อเพลิงใช้ระบบท่อเติมเชื้อเพลิงแบบแข็ง (Flying boom) เป็นหลัก โดยมีลูกเรือตำแหน่ง พนักงานควบคุมท่อเติมเชื้อเพลิง (Boom operator) ประจำอยู่ท้ายเครื่องเพื่อควบคุมการเชื่อมต่อท่อเข้ากับเครื่องบินที่มารับเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อเติมเชื้อเพลิงให้กับเครื่องบินพร้อมกัน 2 ลำได้
โดยตามปกติจะใช้ลูกเรือประจำเครื่องเพียง 3 นาย ได้แก่ นักบิน นักบินผู้ช่วย และพนักงานควบคุมท่อเติมเชื้อเพลิง
เครื่องบินรุ่นนี้สามารถบินได้ระยะทาง 1,500 ไมล์ หรือ 2,419 กิโลเมตร และสามารถบินไกลสูงสุดถึง 11,015 ไมล์ หรือ 17,766 กิโลเมตร สำหรับภารกิจบินเคลื่อนย้ายเครื่องเปล่า โครงสร้างตัวเครื่องมีความยาว 41.53 เมตร กางปีก 39.88 เมตร และมีความสูง 12.7 เมตร
การอัปเกรดเพื่ออนาคต แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานของเครื่องบินจะเก่าแก่ แต่กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ทำการปรับปรุงเครื่อง KC-135 อย่างต่อเนื่อง เช่น ในรุ่นปรับปรุง KC-135R และ KC-135T ซึ่งมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ส่งผลให้เครื่องบินสามารถจ่ายเชื้อเพลิงได้มากขึ้น 50% ประหยัดน้ำมันขึ้น 25% มีต้นทุนปฏิบัติการลดลง และทำงานได้เงียบกว่ารุ่นดั้งเดิมถึง 96%
เครื่องบิน KC-135 Stratotanker มีมูลค่าต่อเครื่องอยู่ที่ประมาณ 39.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,425 ล้านบาท ปัจจุบันกองทัพอากาศสหรัฐยังคงใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้จำนวนมาก ได้แก่ กองกำลังประจำการ 153 ลำ กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิทางอากาศ 171 ลำ และกองกำลังสำรอง 72 ลำ ในกองทัพสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรดระบบสื่อสาร ระบบนำทางอัตโนมัติ และอุปกรณ์ตรวจจับต่างๆ เพื่อให้เครื่องบินสามารถปฏิบัติภารกิจในยุคปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
