รีเซต

เปิดรายละเอียด "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" รัฐช่วยจ่าย-พื้นที่ขายฟรี

เปิดรายละเอียด "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" รัฐช่วยจ่าย-พื้นที่ขายฟรี
TNN ช่อง16
14 กรกฎาคม 2569 ( 10:50 )
18

ช่วยคนไทยสร้างรายได้ เริ่มแล้ว! ไทยช่วยไทย "แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 10,000 บาท พร้อมพื้นที่ขายฟรี 6 เดือน


รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มโอกาสสร้างอาชีพให้คนไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 โดยจับมือทั้งภาครัฐ สถาบันการเงิน และภาคเอกชน ลดต้นทุนการเริ่มต้นธุรกิจให้ประชาชนที่ต้องการมีรายได้เพิ่ม หรืออยากเป็นเจ้าของกิจการ


นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยลดค่าครองชีพควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ประชาชน


กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้พัฒนาระบบแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจสามารถลงทุนได้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์จดทะเบียนกับกรมกว่า 500 ราย และได้คัดเลือกแฟรนไชส์มาตรฐานที่ใช้เงินลงทุนไม่เกิน 100,000 บาท เข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 แบรนด์


ด้านนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแล สสว. เปิดเผยว่า สสว. ได้จัดสรรงบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ซื้อแฟรนไชส์ โดยรัฐจะช่วยออกค่าแพ็กเกจ 50% ของมูลค่าแฟรนไชส์ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย สำหรับธุรกิจที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท


มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการได้ประมาณ 10,000 ราย หรือ 10,000 ครอบครัว ทำให้ผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ทันที ลดความเสี่ยงจากการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ทั้งหมด และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ในระยะยาว


รัฐบาลยังตั้งเป้าหมายผลักดันให้ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME มีบทบาทต่อเศรษฐกิจมากขึ้น โดยต้องการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของภาค SME จากปัจจุบันประมาณ 35% เป็น 40% ภายใน 4 ปี ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ


นอกจากเงินอุดหนุนแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังประสานความร่วมมือกับ SME D Bank ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อให้ผู้ที่ยังมีเงินลงทุนไม่เพียงพอสามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ ลดอุปสรรคในการเริ่มต้นธุรกิจ


อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือการลดต้นทุนด้านสถานที่จำหน่ายสินค้า โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่ค้าขายในโลตัสและแม็คโครกว่า 2,000 สาขา รวมมากกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ ให้ผู้เข้าร่วมโครงการใช้พื้นที่ฟรีนาน 6 เดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าเช่าในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ


ขณะเดียวกัน สมาคมตลาดสดไทย ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 100 ตลาด ยังร่วมสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายสินค้าเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าให้ผู้ประกอบการรายใหม่


รัฐบาลยังเชื่อมโยงโครงการเข้าสู่ระบบดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ของธนาคารกรุงไทย ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาล ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและสร้างรายได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มดำเนินธุรกิจ




โครงการ "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" จึงถือเป็นมาตรการที่ไม่ได้ช่วยเพียงลดต้นทุนการลงทุน แต่ยังสร้างระบบสนับสนุนครบวงจร ทั้งเงินอุดหนุน แหล่งเงินทุน พื้นที่ค้าขาย และการเชื่อมโยงเข้าสู่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ง่ายขึ้น และช่วยขยายฐานผู้ประกอบการ SME ของประเทศในระยะยาว


ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดโครงการและเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมได้ผ่านเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เว็บไซต์ https://ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th หรือ Line OA @franchisedbdplus รวมทั้งสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร. 0 2547 5953, 0 2547 5955 และ Call Center 1570

สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ซื้อแฟรนไชส์

รัฐช่วยจ่าย ครึ่งหนึ่ง

10,000 บาท / ราย*

เมื่อซื้อแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการ

ลดต้นทุน

เริ่มต้นธุรกิจง่ายขึ้น

เพิ่มโอกาส

การสร้างรายได้

ยกระดับ

คุณภาพชีวิต


คุณสมบัติแฟรนไชส์ซอร์

เป็นนิติบุคคลที่ยังคงดำเนินการอยู่

ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยมากกว่าร้อยละ 50

ผู้บริหารหลักของกิจการมีสัญชาติไทย

ไม่มีกรรมการบริษัทที่เป็นบุคคลที่ปรากฏรายชื่ออยู่ในบัญชี HR-03

ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ ไม่น้อยกว่า 3 ปี

มีแฟรนไชส์ซี ไม่น้อยกว่า 3 สาขา และมีสาขาของตนเอง ไม่น้อยกว่า 1 สาขา






ข่าวที่เกี่ยวข้อง