รีเซต

จับตา "ยาเบาหวานต้าน HIV" นวัตกรรมทางการแพทย์ที่อาจ "เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยทั่วโลก"

จับตา "ยาเบาหวานต้าน HIV" นวัตกรรมทางการแพทย์ที่อาจ "เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยทั่วโลก"
TNN ช่อง16
24 มีนาคม 2569 ( 04:26 )
5

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana เกี่ยวกับยาเบาหวานต้าน HIV  โดยระบุว่า

ยาเบาหวานต้าน HIV ความหวังใหม่ของการหยุดยาต้านไวรัส?

งานวิจัยชิ้นนี้ใน Immunity มีข้อมูลที่น่าสนใจมาก เมื่อพูดถึงการติดเชื้อ HIV เราทราบดีกว่ายังไม่มีทางรักษาให้หายขาดถึงแม้ในปัจจุบันเราจะมียาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยกดปริมาณไวรัสในร่างกายผู้ติดเชื้อให้ต่ำจนไม่ก่อให้เกิดอันตรายและช่วยให้เค้าเหล่านั้นใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ยาเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสที่ซ่อนตัวแฝงอยู่ในเซลล์ได้อย่างถาวร เมื่อใดก็ตามที่ผู้ติดเชื้อหยุดยาต้านไวรัส เชื้อที่ซ่อนอยู่ก็จะกลับมาเพิ่มจำนวนและแพร่กระจายในร่างกายอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แต่น่าสนใจว่า มีผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งที่เมื่อหยุดยาแล้ว ร่างกายกลับสามารถควบคุมไวรัสได้นานกว่าคนทั่วไปซึ่งกลไกความสามารถนี้เป็นสิ่งที่ทีมวิจัยให้ความสนใจเป็นพิเศษ  


โดยทีมวิจัยทำการศึกษาเจาะลึกถึงระดับเซลล์และพันธุกรรมของผู้ติดเชื้อ HIV ที่เข้าร่วมโครงการทดลองหยุดยาต้านไวรัสชั่วคราว เพื่อค้นหาว่าอะไรคือปัจจัยที่ช่วยชะลอการกลับมาของเชื้อไวรัส นักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดจากผู้ป่วยในการทดลองขนาดใหญ่ และพบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจทั้งในแง่ของการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและกลไกทางพันธุกรรมที่ซ่อนอยู่ภายในเซลล์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ร่างกายของบางคนสามารถต่อสู้กับไวรัสได้ดีกว่าคนอื่น


งานวิจัยพบว่าผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ มักจะมีลักษณะเฉพาะของเซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิดที่ทำงานได้โดดเด่น เช่น NK cells ชนิดพิเศษ และ T cells ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยความจำคอยเฝ้าระวังเชื้อโรคตามเนื้อเยื่อต่างๆ เซลล์ภูมิคุ้มกันเหล่านี้ทำงานคล้ายๆกองกำลังที่มีประสิทธิภาพสูงในการกดไม่ให้ไวรัสที่ซ่อนตัวอยู่ตื่นขึ้นมาทำร้ายร่างกายได้ นอกจากนี้ยังพบว่าการมีเซลล์ภูมิคุ้มกันกลุ่มนี้ในปริมาณที่เหมาะสมยังมีความสัมพันธ์กับภาวะการอักเสบในร่างกายที่ลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของผู้ติดเชื้อ

เมื่อเจาะลึกลงไปถึงระดับการแสดงออกของยีนภายในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4+ T cells ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่ไวรัส HIV มักจะเข้าไปซ่อนตัวและแฝงกายอยู่นั้น ทีมวิจัยได้พบยีนสำคัญสองตัวที่มีชื่อว่า DDIT4 และ ZNF254 ซึ่งทำหน้าที่เสมือนกุญแจระดับเซลล์ที่คอยล็อคและกดทับไม่ให้ยีนของไวรัสทำงานหรือสร้างตัวมันเองขึ้นมาใหม่ได้ โดยยีน DDIT4 จะเข้าไปยับยั้งกลไกภายในเซลล์ที่ไวรัสจำเป็นต้องใช้ในการตื่นขึ้นมาแบ่งตัว ในขณะที่ยีน ZNF254 จะทำหน้าที่จับกับสารพันธุกรรมเพื่อปิดสวิตช์การทำงานของไวรัสโดยตรง ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ผู้ติดเชื้อที่มีการทำงานของยีนสองตัวนี้ในระดับสูง จะสามารถควบคุมเชื้อไวรัสให้อยู่ในภาวะสงบได้ยาวนานกว่ามากเมื่อไม่มีการใช้ยาต้านไวรัส ซึ่งลักษณะดังกล่าวพบได้บ่อยในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความสามารถพิเศษในการควบคุมเชื้อได้เองตามธรรมชาติ


จุดที่น่าสนใจมากๆของงานวิจัยนี้คือการนำยารักษาโรคเบาหวานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและมีราคาถูกอย่างยาเมตฟอร์มิน (Metformin) มาประยุกต์ใช้ ทีมวิจัยพบว่ายาเมตฟอร์มินมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันสร้างยีน DDIT4 เพิ่มมากขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลการทดลองในแล็บพบว่า ยาเมตฟอร์มินสามารถกระตุ้นการสร้างยีน DDIT4 ได้สูงขึ้นถึงกว่า 10 เท่าตามปริมาณยาที่เพิ่มขึ้น และเมื่อยีนตัวนี้เพิ่มสูงขึ้น มันได้ส่งผลโดยตรงต่อการกดการเจริญเติบโตของไวรัส HIV ข้อมูลตัวเลขจากการทดสอบระบุว่า ยาเมตฟอร์มินสามารถลดอัตราการติดเชื้อ HIV ในเซลล์ลงได้เฉลี่ยถึงร้อยละ 37 โดยที่ตัวยาไม่ได้ก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อเซลล์ ในทางกลับกัน เซลล์ที่ได้รับยายังคงมีชีวิตรอดและทำงานได้ตามปกติ


เมื่อนักวิจัยนำยาเมตฟอร์มินไปทดสอบกับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เก็บมาจากผู้ติดเชื้อ HIV ที่กินยาต้านไวรัสมาอย่างยาวนาน พบว่ายาเมตฟอร์มินสามารถลดการการกลับมาแบ่งตัวของไวรัสที่ซ่อนอยู่ในเซลล์ของผู้ป่วยได้สูงถึงเฉลี่ยร้อยละ 51 นอกจากความสามารถในการสะกดไวรัสให้สงบแล้ว ยาเมตฟอร์มินยังมีข้อดีอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ติดเชื้อ HIV อีกด้วย เช่น ช่วยลดภาวะการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย ช่วยลดความอ่อนล้าของเซลล์ภูมิคุ้มกัน และอาจช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ 


ข้อมูลเชิงประจักษ์ทั้งหมดนี้จึงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้สูงมากในการนำยาเบาหวานที่เราคุ้นเคย ปลอดภัย และเข้าถึงได้ง่าย มาใช้เป็นอาวุธชิ้นใหม่ในการควบคุมเชื้อ HIV ซึ่งอาจนำไปสู่การทดลองทางคลินิกในมนุษย์เพื่อเป้าหมายในการให้ผู้ป่วยสามารถหยุดยาต้านไวรัสได้อย่างปลอดภัยในอนาคต

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง