รีเซต

SAWADดีมานด์สินเชื่อดีด ยอด‘จำนำบ้าน-ที่ดิน’นำโด่ง

SAWADดีมานด์สินเชื่อดีด ยอด‘จำนำบ้าน-ที่ดิน’นำโด่ง
ทันหุ้น
5 พฤษภาคม 2569 ( 07:45 )

#SAWAD #ทันหุ้น - SAWAD ดีมานด์สินเชื่อบ้าน-ที่ดินพุ่ง จากแบงก์เข้มงวด ดันพอร์ตมั่นคงขึ้น คาด Q1/2569 โตต่อ รับแรงหนุนสภาพคล่องเทศกาล-การเมืองนิ่ง คง Credit Cost 1.8–2% คุมความเสี่ยง ต้นทุนดอกเบี้ยต่ำหลังได้เรตติ้ง A- พร้อมเร่งเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมประกัน ขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านแอป

นางสาวธิดา แก้วบุตตา  ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้ายกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อต่อเนื่องตลอด 2–3 ปีที่ผ่านมา มุ่งคัดกรองคุณภาพลูกหนี้, ใช้เกณฑ์ประเมินสัดส่วนเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน ( LTV) อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการเร่งรับรู้หนี้เสียและตั้งสำรอง ส่งผลให้ปัจจุบันคุณภาพสินเชื่อในพอร์ต เป็นสินทรัพย์คุณภาพดีหนุนบริษัทพร้อมกลับมาเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ และงบดุลมีเสถียรภาพมากขึ้น

@ยอดจำนำบ้านพุ่ง

“การลดพอร์ตในช่วงที่ผ่านมามีเป้าหมายเพื่อ "คัด" สิ่งที่ไม่ดีออกไป โดยหนี้ที่เสียหรือมีปัญหาได้มีการรับรู้และตัดออกไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เหลืออยู่บนงบดุล (Balance Sheet) ในปัจจุบันจึงเป็นสินเชื่อที่บริษัทเชื่อมั่นว่า มีคุณภาพดี ทำให้บริษัทอยู่ในตำแหน่ง (Position) ที่ดีพร้อมจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง”

ขณะเดียวกันด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ยังเผชิญความท้าทาย สถาบันการเงินเข้มงวดการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้ผู้ประกอบการ, ประชาชนที่ต้องการสภาพคล่องเข้ามาขอสินเชื่อกับบริษัทมากขึ้น  โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อจำนำบ้าน และที่ดิน ส่งผลให้โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อของบริษัทยิ่งมีความมั่นคงยิ่งขึ้น เบื้องต้นตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเติบโตต่อเนื่องราว 10 – 15% YoY

“ก่อนหน้านี้หลักประกันขนาดบ้านพร้อมที่ดิน 200 ตารางวาจะขอสินเชื่อจากธนาคาร แต่เมื่อธนาคารไม่อนุมัติก็ต้องมาที่นอนแบงก์ ซึ่งด้วยขนาดที่ใหญ่กว่า วงเงินสินเชื่อก็ต้องสูงกว่า ซึ่งบริษัทก็ปล่อยแต่ก็ยังคงเกณฑ์ LTV ในระดับเดิม”

@งบ Q1 โต

ในเบื้องต้นประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง  สอดคล้องกับความต้องการสภาพคล่องระยะสั้นช่วงเทศกาลปีใหม่ ประกอบกับบรรยากาศการเมืองในประเทศไทยที่เริ่มมีเสถียรภาพ หนุนให้การผ่อนชำระดีกว่าที่ประมาณการไว้

ขณะเดียวกันรัฐบาลมีแนวโน้มดำเนินมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อฐานราก อาทิ โครงการคนละครึ่ง, โครงการสนับสนุนให้เปลี่ยนรถ  ส่งผลให้ประชาชนมีความมั่นใจว่ายังมีเสถียรภาพด้านอาชีพและรายได้ รองรับความสามารถในการชำระหนี้ในระยะถัดไป

ทั้งนี้ ยังคงเป้าการตั้งสำรอง (Credit Cost) ที่ระดับ 1.8–2% เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนและเจ้าหนี้ว่าบริษัทมีความพร้อมรองรับความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ แม้เร่งขยายสินเชื่อในระยะถัดไป พร้อมกันนี้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนอัตราดอกเบี้ยจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากบริษัทได้รับการปรับ Credit Rating จาก Fitch ที่ระดับ A-และการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้ภาระอัตราดอกเบี้ยจ่ายมีแนวโน้มทรงตัวระดับต่ำ

@รุกรายได้ค่าฟี

              นางสาวธิดา กล่าวว่า ในปี 2569 บริษัทจะขยายฐานรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีแผนที่จะขยายผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย  ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ควบคู่การขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่ได้มาขากฐานลูกค้าที่มาใช้บริการสินเชื่อ และเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อกระตุ้นยอดขายประกัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เบี้ยประกันต่ำ เช่น ประกันอุบัติเหตุ ประกันโรคร้ายแรง และประกันรถยนต์ชั้น 2 และ 3

              “ปีนี้รายได้ค่าธรรมเนียมประกันจะเร่งตัวขึ้นจากฐานเดิมที่เน้นขายพ่วงไปกับสินเชื่อเพื่อลดความเสี่ยงของลูกหนี้ แต่ในปีนี้จะเน้นขยายเข้าสู่ตลาดลูกค้าทั่วไปมากขึ้น”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง