กองทัพสหรัฐฯ เตรียมยกระดับเทคโนโลยีกล้องมองกลางคืน (Night Vision) ก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยระบบ BiNOD

กองทัพสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจเดินหน้าพัฒนาระบบกล้องมองกลางคืนเพื่อทดแทนอุปกรณ์รุ่นเดิมที่ใช้งานมานานกว่า 20 ปี โดยได้คัดเลือก 3 บริษัทผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ชั้นนำ ได้แก่ Elbit America, L3Harris และ Photonis เพื่อพัฒนาอุปกรณ์สังเกตการณ์เวลากลางคืนแบบสองตา หรือ BiNOD (Binocular Night Observation Device) เจเนอเรชันใหม่
ข้อจำกัดของระบบเดิม
นับตั้งแต่ปี 2000 กองทัพสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร NATO พึ่งพากล้องมองกลางคืนแบบตาเดียว (Monocular) รุ่น AN/PVS-14 เป็นอุปกรณ์มาตรฐานประจำกายทหาร แม้อุปกรณ์นี้จะพลิกโฉมยุทธวิธีการรบโดยเปลี่ยนกลางคืนให้เป็นกลางวันได้ แต่ก็มีข้อจำกัดหลายประการ
1. ขาดมิติความลึก เนื่องจากเป็นระบบตาเดียว ผู้ใช้จะเห็นภาพแบนๆ แบบ 2 มิติ และมีมุมมองที่จำกัด (คล้ายกับการมองผ่านแกนกระดาษชำระ) ซึ่งทำให้กะระยะได้ยาก
2. ทำให้สายตาเหนื่อยล้า ระบบเดิมใช้เทคโนโลยีฟอสฟอรัสสีเขียวที่มีคอนทราสต์ค่อนข้างต่ำ ทำให้สมองต้องพยายามแยกแยะความแตกต่างของสีแทนที่จะเป็นความสว่าง ส่งผลให้เกิดความสับสนทางสายตาและทำให้ดวงตาเหนื่อยล้าได้ง่าย
มาตรฐานใหม่ของระบบ BiNOD เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กองทัพสหรัฐฯ จึงได้มอบสัญญาให้ทั้ง 3 บริษัทแข่งกันผลิตและทดสอบระบบ BiNOD ซึ่งระบบใหม่จากทั้ง 3 ค่ายจะมีคุณสมบัติพื้นฐานที่ได้รับการยกระดับร่วมกัน เช่น
1. ระบบสองตา (Binocular) เปลี่ยนจากระบบตาเดียวเป็นสองตา ช่วยเพิ่มมุมมองภาพ (Field of view) ให้กว้างขึ้น และทำให้ผู้สวมใส่รับรู้มิติความลึกได้อย่างถูกต้อง ลดปัญหาการสะดุดล้มในที่มืด
2. ฟอสฟอรัสสีขาว (White Phosphor) เปลี่ยนการแสดงผลเป็นภาพขาว-ดำ ซึ่งสบายตาและทำให้สมองประมวลผลได้ง่ายกว่า ช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตา
3. การออกแบบที่ยืดหยุ่นและชาญฉลาด หลอดตาทั้งสองข้างสามารถหมุนแยกอิสระจากกันได้ ผู้ใช้สามารถพับหลอดตาข้างหนึ่งขึ้นเพื่อใช้สายตาปกติในความมืดได้
หากพับหลอดตาขึ้น ระบบจะปิดการทำงานของจอนั้นอัตโนมัติเพื่อประหยัดแบตเตอรี่และป้องกันแสงเรืองออกไปให้ศัตรูเห็น และเมื่อพับอุปกรณ์ขึ้นทั้งหมด ระบบจะปิดการทำงานโดยสมบูรณ์
นอกจากนี้ยังสามารถพับหลอดตาแนบไปกับหมวกกันน็อกเพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงและป้องกันการกระแทกสิ่งกีดขวาง
4. ความทนทาน ระบบทั้งหมดกันน้ำได้ลึก 20 เมตร หรือ 66 ฟุต เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง และทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -40 °C ถึง 49 °C
ความโดดเด่นของแต่ละบริษัท แม้จะมีมาตรฐานร่วมกัน แต่แต่ละบริษัทได้ใส่เทคโนโลยีเฉพาะตัวเข้าไปเพื่อเป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมให้กองทัพ ดังนี้
บริษัท Elbit America
พัฒนาอุปกรณ์มองกลางคืนที่ใช้เลนส์ออปติกแบบอัปเกรด ช่วยให้ภาพมีความคมชัดต่อเนื่องไปจนถึงขอบภาพ รองรับการติดตั้งระบบภาพถ่ายความร้อนและระบบภาพซ้อนทับแบบออปติคัลเพิ่มเติมได้ ตัวอุปกรณ์ยังถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ พร้อมปรับสมดุลจุดศูนย์ถ่วงได้ดี ช่วยลดอาการปวดคอและความล้าของดวงตาสำหรับทหารราบที่อาจต้องสวมใส่อุปกรณ์ต่อเนื่องนานถึง 10 ชั่วโมงต่อคืน
บริษัท L3Harris Technologies
ในรุ่น NOVA ออกแบบให้ถอดประกอบและซ่อมบำรุงได้ง่าย โดยสามารถถอดหลอดตาแต่ละข้างออกได้ด้วยน็อตเพียง 4 ตัว ช่วยลดเวลาในการซ่อมแซมภาคสนาม ใช้เทคโนโลยีตัวคูณแสง Gen 3 แบบไร้ฟิล์ม (Unfilmed) ที่ให้ความไวต่อแสงและความคมชัดสูงมาก โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มืดสนิทเกือบ 100% นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบไฟฉายอินฟราเรด (IR Illuminator) ภายในตัว เพื่อรองรับการปฏิบัติงานระยะประชิด
บริษัท Photonis Defense
ในรุ่น Vyper Pro เน้นโครงสร้างน้ำหนักเบาเป็นพิเศษด้วยวัสดุโพลิเมอร์เสริมคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความแข็งแรงสูง แทนการใช้โลหะผสมอลูมิเนียมหรือแมกนีเซียมแบบเดิม ช่วยเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกและลดน้ำหนักโดยรวม ระบบยังมีความสามารถแบบ Out-of-band ที่ช่วยให้มองเห็นสเปกตรัมแสงได้กว้างกว่าระบบทั่วไป รวมถึงสามารถตรวจจับแสงเลเซอร์อินฟราเรดความถี่สูงและเครื่องหมายอัลตราไวโอเลตได้ อีกทั้งยังติดตั้งระบบตัดแสงอัตโนมัติความเร็วสูง (Ultra-fast autogating) ซึ่งเหมาะกับการรบในเมือง ช่วยป้องกันภาพพร่ามัวจากแสงวาบฉับพลัน เช่น แสงจากปลายกระบอกปืน การระเบิด หรือไฟถนน
การจัดหาจากหลายบริษัทในครั้งนี้ นอกเหนือจากจะได้อุปกรณ์ที่ดีที่สุดแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นการแข่งขันและสร้างความมั่นใจว่ากองทัพจะมีกำลังการผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการในอนาคตอีกด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
