รีเซต

IHLฝ่าศึกต้นทุนพุ่ง ปักธงรายได้โต10%

IHLฝ่าศึกต้นทุนพุ่ง ปักธงรายได้โต10%
ทันหุ้น
7 เมษายน 2569 ( 08:00 )
7

#IHL #ทันหุ้น – IHL โดนแรงกระแทกต้นทุนน้ำมัน ปิโตรเคมี ชี้ค่าระวางเรือขยับขึ้น วางแผนรับมือสต๊อกสินค้าสูง พร้อมรับออเดอร์ใหม่เต็มสูบ แถมได้อานิสงส์บาทอ่อนหนุนรายได้ หลังรายรับกว่า 70% เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ เดินหน้ารุกตลาดออสเตรเลีย-อังกฤษต่อ ปักเป้ารายได้ปี 2569 โต 10% 

นายวศิน  ดำรงสกุลวงษ์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายหนังสำหรับเบาะรถยนต์ รวมถึงทำผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ รองเท้า เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แม้บริษัทไม่ได้ส่งสินค้าผ่านพื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง แต่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์สงคราม ผ่านต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาปิโตรเคมีและค่าขนส่งขยับขึ้นตามไปด้วย

ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่ต้องการให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้า โดยขอรอติดตามสถานการณ์สงครามว่าจะยุติลงเมื่อใด แต่บริษัทประเมินว่าในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ก่อนหน้านี้บริษัทได้มีการขยายสายการผลิต ส่งผลให้มีสต็อกสินค้าในระดับค่อนข้างสูง เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่อาจเข้ามาอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ บริษัทยังประเมินว่าทิศทางค่าเงินบาทที่เหมาะสมควรอยู่ในกรอบ 33.5-34.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และหากเงินบาทอ่อนค่าอยู่ที่ระดับประมาณ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการของบริษัท เนื่องจากรายได้ราว 70% รับรู้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ จึงได้รับประโยชน์โดยตรงจากการอ่อนค่าของเงินบาท

ในด้านการขยายตลาด บริษัทได้รุกฐานลูกค้าใหม่ในประเทศออสเตรเลียและอังกฤษ ซึ่งเริ่มมีคำสั่งซื้อเข้ามาแล้วภายหลังการเจรจาในปีที่ผ่านมา ส่วนกรณีทิศทางยอดขายของ Nike ที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก จากการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้นและมีแบรนด์ใหม่เข้ามามากขึ้นนั้น บริษัทมองว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมาก แม้ Nike จะเป็นหนึ่งในลูกค้าของบริษัท เนื่องจาก IHL ผลิตสินค้าให้ในกลุ่มพรีเมียม ไม่ใช่กลุ่มสินค้าแมส และมียอดส่งมอบในสัดส่วนที่ไม่มากเมื่อเทียบกับภาพรวมธุรกิจของ Nike

อีกทั้ง บริษัทยังมองว่าอาจได้รับอานิสงส์จากการที่มีผู้เล่นเข้ามาในตลาดมากขึ้น เนื่องจากชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญของบริษัททำให้มีลูกค้าหลายรายเข้ามาติดต่อ แต่ทั้งนี้บริษัทจะคัดเลือกลูกค้าที่มีผลประกอบการแข็งแกร่งเป็นหลัก

สำหรับธุรกิจเบาะรถยนต์ ภาพรวมยังทรงตัว โดยบริษัทมองว่าการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยยังไม่ได้ส่งผลบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัท เนื่องจากรถ EV ส่วนใหญ่ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศยังเป็นการนำเข้าจากจีน ตามนโยบายภาครัฐ ส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือเบาะหนังภายในประเทศไม่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของตลาดดังกล่าวมากนัก

อย่างไรก็ดี IHL ยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2569 ไว้ที่ 10% แม้ยังต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ บริษัทยังไม่เห็นนโยบายที่ชัดเจน ส่วนการปรับขึ้นค่าไฟนั้นได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด เนื่องจากมีการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนค่าใช้จ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง