RBFยอดขาย2เดือนแรกโต ลั่นยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้า

#RBF #ทันหุ้น – RBF เผยสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลต้นทุนวัตถุดิบบางรายการปรับตัวขึ้น แต่มีสำรองสต๊อกไว้ระดับหนึ่ง จึงยังคงราคาขายได้ แต่หากยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน-ราคาในอนาคต แจงมีโรงงานในหลายประเทศ จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ได้ดีขึ้น แย้ม งวดขาย 2 เดือนแรกปีนี้โต เดินหน้าขยายโรงงานที่จีนคาดเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส 4/2569
นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ผู้ผลิตและจำหน่ายวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารตามคำสั่งซื้อของลูกค้า และภายใต้ตราสินค้าของบริษัท เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากผลกระทบภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวขึ้นในบางรายการ เนื่องจากบริษัทมีวัตถุดิบเป็นพันรายการและมีสินค้ากว่า 1,000 SKU ผลกระทบจึงแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม แต่บริษัทมีการสำรองสต็อกไว้ระดับหนึ่งจึงยังไม่ได้รับผลกระทบในทันที
@ยังไม่ขึ้นราคา
ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีการปรับราคาขายทันที เนื่องจากยังมีสต๊อกเดิมอยู่ แต่เริ่มมีการแจ้งเตือนลูกค้าเบื้องต้นว่าหากสงครามยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาในอนาคต ขณะที่ต้นทุนการขนส่งในประเทศปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน รวมถึงการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งการที่บริษัทมีโรงงานในหลายประเทศ ทั้งในอินโดนีเซีย, อินเดีย, เวียดนาม จะช่วยให้บริษัทสามารถบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ได้ดีขึ้น และลดผลกระทบจากภาวะสงครามได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่า เป็นผลดีต่อลูกค้าของบริษัทที่เป็นผู้ส่งออก ทำให้มียอดสั่งซื้อกลับมาที่บริษัทมากขึ้น แม้จะทำให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น แต่ถ้าหากเงินบาทอ่อนค่ามากเกินไป บริษัทจะใช้วิธีเปลี่ยนมาจัดซื้อวัตถุดิบภายในประเทศแทนเพื่อลดผลกระทบ ซึ่งระดับค่าเงินบาทที่ 33-34 บาทต่อดอลลาร์ ถือว่าเป็นที่พอใจ
ขณะเดียวกันพฤติกรรมของลูกค้า มีทั้งกลุ่มที่เร่งสั่งซื้อ เพราะกลัวสินค้าขาดแคลน และกลุ่มที่ชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอดูดีมานด์จากต่างประเทศ ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ผู้บริโภคอาจลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้า Luxury และหันมาบริโภคสินค้าที่มีราคาถูกลง ซึ่งบริษัทได้ประโยชน์ เพราะเป็นซัพพลายเออร์ให้สินค้าทุกระดับราคา
@ขยายโรงงานในจีน
อย่างไรก็ดีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ในช่วง 2 เดือนแรก ยังมีการเติบโตที่ดีอยู่ ส่วนผลกระทบมี่เกิดจากภาวะสงครามคาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 2/2569 ซึ่งบริษัทยังคงต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง นอกจากนี้บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างโรงงานที่จีนด้วยงบลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารประเภท Food Coating และธุรกิจการซื้อมาขายไป (Trading)
โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงงานในจีน และคาดว่าจะสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 4/2569 เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากตลาดจีนในปี 2569 ประมาณ 75 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 100–120 ล้านบาท ในปี 2570
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
