"เฟด" เสียงแตกคงดอกเบี้ย ดันดอลลาร์แข็ง-บาทส่อทะลุ 33 บาท กดดันหุ้นไทย

สถานการณ์ตลาดทุนโลกเผชิญความผันผวนหนัก หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ไส้ในกลับส่งสัญญาณตึงตัว ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนค่าเงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าทะลุ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จากปัจจัยกดดันรอบด้าน ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเสี่ยงเผชิญแรงเทขาย แนะนักลงทุนปรับพอร์ตเน้นตั้งรับ
คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE (30 เม.ย. 69) ว่า ทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในขณะนี้มีสัญญาณที่กดดันตลาด แม้ผลการประชุมจะออกมาเป็นการคงอัตราดอกเบี้ย แต่พบว่ามีมติเห็นชอบที่ 8 ต่อ 4 เสียง โดยมีกรรมการเพียงเสียงเดียวที่สนับสนุนให้ลดดอกเบี้ย
ขณะที่อีก 3 เสียงซึ่งเป็นคณะกรรมการโหวตเตอร์หน้าใหม่ในปีนี้ ต่างไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ที่ปิดโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ย และต้องการขยายระยะเวลาพิจารณานโยบายออกไป เพื่อเปิดช่องว่างให้สามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยได้หากมีความจำเป็น ส่งผลให้โอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยนับจากนี้เป็นไปได้ยากมาก
นอกจากนี้ ทิศทางนโยบายของคณะกรรมการเฟดชุดใหม่ มีแนวโน้มจะปรับเปลี่ยนไปสู่การให้ความสำคัญกับความกังวลด้านเงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้น (Two-sided risk) ประกอบกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายระยะเวลาปิดล้อมเพื่อกดดันอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ปัจจัยทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแรงหนุนให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บาทเปราะบาง เสี่ยงแตะ 33 บาท/ดอลลาร์
สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทย นายประกิต ประเมินว่า ค่าเงินบาทอยู่ในสภาวะเปราะบางอย่างหนักและมีทิศทางอ่อนค่าลง โดยอาจปรับตัวอ่อนค่าไปถึงระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างรวดเร็ว ปัจจัยหลักมาจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และการเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลที่นักลงทุนต่างชาติจะมีการโอนเงินปันผลกลับประเทศ คิดเป็นมูลค่าสูงถึงระดับแสนล้านบาท
นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงด้านการคลัง จากความกังวลเรื่องการกู้เงินฉุกเฉินของรัฐบาล รวมถึงปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการขาดดุลการค้าที่เตรียมจะรายงานตัวเลขออกมา ซึ่งจะยิ่งกดดันเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในประเทศ
หุ้นไทยรอรับแรงกระแทก แนะพักเงิน "หุ้นปันผล"
ในส่วนของตลาดหุ้น ทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในระยะกลางมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงจากความกังวลเรื่องนโยบายการเงิน แม้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง แต่ก็เริ่มเห็นแรงเทขายออกมาบ้างแล้ว เช่น หุ้น Meta ที่ปรับตัวลดลงกว่า 6% นอกเวลาทำการ (After-hours)
ขณะที่ตลาดหุ้นไทย (SET Index) คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยมีโอกาสสูงที่จะเผชิญแรงเทขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าหากดัชนีมีการย่อตัวลง จะมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ไม่ต่ำกว่าระดับ 1,400 จุด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
