THAI กำไร Q3 ส่อวูบ! 5 โบรกชี้ต้นทุนพุ่ง แต่ยังแนะซื้อ ลุ้น Q4 ฟื้น

#ทันหุ้น - 5 โบรกเกอร์ส่องแนวโน้มกำไร THAI ไตรมาส 3/2569 คาดอ่อนตัวหนักจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินพุ่ง ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง–พนักงานเพิ่ม และภาระชดเชยผู้โดยสารจากเหตุน้ำท่วม แม้รายได้ค่าโดยสารและจำนวนผู้โดยสารยังเติบโต ประเมินกำไรปกติแตกต่างกันในกรอบ 483–1,400 ล้านบาท จับตาไตรมาส 4 ฟื้นรับไฮซีซันท่องเที่ยว ขณะที่ทุกโบรกยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 6.00–8.00 บาท
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ถูกจับตาแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 หลัง 5 บริษัทหลักทรัพย์ ได้แก่ บล.พาย บล.กรุงศรี บล.เคจีไอ บล.หยวนต้า และ บล.ทิสโก้ ประเมินกำไรมีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีแรงกดดันหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet Fuel) ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่ายพนักงาน และผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม
แม้บริษัทจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับขึ้นค่าโดยสาร การขยายฝูงบิน และจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น โดยนักวิเคราะห์ประเมินกำไรปกติไตรมาส 3/2569 แตกต่างกันในช่วง 483–1,400 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ทั้ง 5 โบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่าแนวโน้มผลประกอบการมีโอกาสฟื้นตัวหลังผ่านช่วงที่ต้นทุนกดดัน
**พายคาดกำไรเหลือ 486 ล้าน ต้นทุนดำเนินงานพุ่ง
บล.พาย ประเมินผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของ THAI ยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง แม้จะปรับลดลงจากไตรมาส 2/2569 แล้วก็ตาม ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงและค่าเสื่อมราคาตามจำนวนฝูงบินที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายพนักงานภายหลังการปรับขึ้นเงินเดือน และเงินชดเชยผู้โดยสารจากเหตุการณ์น้ำท่วม แม้ว่าค่าโดยสารจะยังปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน รวมถึงจำนวนผู้โดยสารที่เติบโตตามการเพิ่มเที่ยวบินก็ตาม
ฝ่ายวิจัยคาดกำไรไตรมาส 3/2569 เหลือเพียง 486 ล้านบาท พร้อมระบุว่าประมาณการกำไรทั้งปีที่ประเมินไว้เดิมมีความเสี่ยงที่จะทำไม่ได้ตามเป้าหมาย โดยจะรอปรับประมาณการอีกครั้งหลังบริษัทประกาศงบการเงิน ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.70 บาท
**กรุงศรีหั่นเป้าเหลือ 6.34 บาท ชี้กำไร Q3 ร่วง 91%
บล.กรุงศรี คาดกำไรปกติไตรมาส 3/2569 ของ THAI อยู่ที่ 483 ล้านบาท ลดลง 91% YoY และ 11% QoQ จากผลกระทบของราคาน้ำมัน Jet Fuel ที่สูงกว่าคาด และยังมีความเสี่ยงที่บริษัทอาจพลิกเป็นขาดทุนสุทธิจากค่าใช้จ่ายพิเศษ
ฝ่ายวิจัยจึงปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 6.34 บาท เพื่อสะท้อนแรงกดดันต่อผลประกอบการในระยะสั้น แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงเกือบ 20% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว ขณะที่กำไรปี 2570–2571 มีโอกาสฟื้นตัวตามแนวโน้มราคาน้ำมันที่คาดว่าจะปรับลดลง จึงยังมองเป็นโอกาสทยอยสะสม แม้ผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 จะอ่อนแอกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า
**เคจีไอคาดกำไร Q3 หด 88.7% หั่นประมาณการปีนี้ 18.6%
บล.เคจีไอ คาด THAI รายงานกำไรปกติไตรมาส 3/2569 ที่ 612 ล้านบาท ลดลง 88.7% YoY และ 45.3% QoQ โดยได้รับผลกระทบเชิงลบจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 18.6% เหลือ 1.59 หมื่นล้านบาท ลดลง 48.6% YoY และปรับลดประมาณการกำไรปี 2570 ลง 12.6% เหลือ 2.01 หมื่นล้านบาท แต่ยังเติบโต 26.4% YoY
อย่างไรก็ตาม เคจีไอยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจหลังผ่านพ้นปี 2569 พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2570 เหลือ 6.00 บาท จากเดิม 7.00 บาท โดยอิง EV/EBITDA ที่ 5.8 เท่า หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
**หยวนต้ามอง Q3 กำไร 1.4 พันล้าน ลุ้น Q4 ฟื้นรับไฮซีซัน
บล.หยวนต้า คาดกำไรปกติไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% QoQ แต่ลดลง 74% YoY โดยการลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนมีสาเหตุจากต้นทุนที่สูงขึ้นหลังภาวะสงคราม
ขณะที่กำไรฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ได้รับแรงหนุนจากการขยายกำลังการให้บริการ (Capacity) ควบคู่กับอัตราการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประมาณการกำไรดังกล่าวต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยเคยคาดไว้ที่ 2.5 พันล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งค่าใช้จ่ายล่วงหน้าตามการขยายธุรกิจ และค่าชดเชยผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม
สำหรับไตรมาส 4/2569 คาดกำไรฟื้นตัว QoQ จากปัจจัยฤดูกาลและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลงจากฐานสูง แต่ยังมีแนวโน้มลดลง YoY จากผลกระทบของสงคราม
ฝ่ายวิจัยประเมินว่ากำไร 9 เดือนแรกของปี 2569 จะคิดเป็น 69% ของประมาณการกำไรทั้งปี และยังคงคาดการณ์กำไรปี 2569 ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท ลดลง 42% YoY โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 8.00 บาท
**ทิสโก้ชี้ต้นทุนโตเร็วกว่ารายได้ คาดกำไรสุทธิ 622 ล้าน
บล.ทิสโก้ คาด THAI มีกำไรปกติไตรมาส 3/2569 ที่ 1.05 พันล้านบาท ลดลง 81% YoY และ 14% QoQ ขณะที่คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 622 ล้านบาท หลังรับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงเครื่องบินที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษจากเหตุการณ์น้ำท่วม
ฝ่ายวิจัยประเมินค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายเดือนกันยายนไว้ที่ประมาณ 430 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนผู้โดยสารต่อจำนวนที่นั่ง (Cabin Factor) โดยเฉพาะเส้นทางบินยุโรป
นอกจากนี้ THAI ยังมีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น จากการบันทึกผลของการปรับค่าจ้างย้อนหลังตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 และค่าซ่อมบำรุงที่กลับเข้าสู่ระดับปกติ
สำหรับการดำเนินงาน คาดว่าปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) และปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1% โดยรักษา Cabin Factor ที่ 76.5% แม้มีการยกเลิกเที่ยวบินประมาณ 400 เที่ยวบินจากเหตุการณ์น้ำท่วม
ขณะที่จำนวนเครื่องบินเพิ่มขึ้นเป็น 91 ลำ ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 จาก 84 ลำ ณ สิ้นไตรมาสก่อน ช่วยสนับสนุนการขยายกำลังการให้บริการ
ด้านรายได้ คาดอัตรารายได้เฉลี่ยต่อผู้โดยสารต่อกิโลเมตรอยู่ที่ 3.0 บาท เพิ่มขึ้น 15% YoY จากความสามารถในการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร ขณะที่อุปสงค์ยังแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้ต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (RASK) จะเพิ่มขึ้น 12% แต่ต้นทุนต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) คาดเพิ่มขึ้นถึง 27% ส่งผลให้อัตรากำไรส่วนเกินต่อหน่วย (Unit Margin) อยู่ที่เพียง 0.04 บาท
ทั้งนี้ ทิสโก้คาดว่าต้นทุนเชื้อเพลิงเฉลี่ยของ THAI จะต่ำกว่าราคาตลาดเฉลี่ยประมาณ 25% จากประโยชน์ของการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน
**จับตา Q4 ฟื้นตัว คงซื้อเป้า 7.60 บาท
บล.ทิสโก้ ประเมินแนวโน้มไตรมาส 4/2569 จะเริ่มฟื้นตัวจากไตรมาส 2 และไตรมาส 3 เนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วมลดลง รายได้จากค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงปรับตัวดีขึ้น และความต้องการเดินทางเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม กำไรเมื่อเทียบกับปีก่อนยังมีแนวโน้มถูกกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงเครื่องบินที่อยู่ในระดับสูง
สำหรับปี 2570 ฝ่ายวิจัยใช้สมมติฐานราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินกลับเข้าสู่ระดับปกติก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยปัจจุบัน THAI ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันไว้แล้วประมาณ 40% ของความต้องการใช้เชื้อเพลิงในไตรมาส 4/2569 และ 25% ของความต้องการใช้ในปี 2570
ทิสโก้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้มูลค่าเหมาะสม 7.60 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
