AOT ผู้ โดยสารยังโตได้ รุกเพิ่มบริการพรีเมียม

#AOT #ทันหุ้น - AOT จับมือผู้ให้บริการระดับโลก เตรียมเปิด Premium Service เจาะกลุ่มผู้โดยสารกำลังซื้อสูง เพิ่มรายได้นอนแอร์โรว์ แย้มปริมาณผู้โดยสาร 6 สนามบินปีงบประมาณ 2569 โต 0.7% แม้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำน้ำมันพุ่ง เร่งแก้ปัญหาสล็อตดึงสายการบินใหม่เข้ามาใช้ช่วงเวลาบินที่ว่าง เดินหน้าลงทุนรองรับผู้โดยสารเป็น 70 ล้านคนต่อปี
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดให้บริการพิเศษ (Premium Service) รองรับผู้โดยสารที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายเป็นพิเศษ อาทิ ดารา นักร้อง ไอดอล นักลงทุน และนักเดินทางที่ต้องการบริการระดับพรีเมียม ครอบคลุมทั้งผู้โดยสารขาเข้าและขาออก โดยอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ให้บริการพิเศษระดับโลก (World-Class Premium Service Providers) ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลลูกค้าระดับพรีเมียมและมีฐานลูกค้าจากทั่วโลก ออกแบบบริการให้ยืดหยุ่นครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า เช่น รถกอล์ฟรับ-ส่งภายในอาคาร การนำรถยนต์ไปจอด และการจัดพื้นที่ห้องรับรองแยกจากผู้โดยสารทั่วไป เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางและเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการ
“การขยายบริการดังกล่าวเป็นอีกช่องทางสร้างรายได้จากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับการบิน (Non-Aviation Business) เพิ่มเติมจากรายได้ธุรกิจการบิน พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการของสนามบิน ช่วยเชื่อมต่อการให้บริการตลอดเส้นทางการเดินทาง ตั้งแต่สนามบินต้นทางถึงปลายทาง ไม่จำกัดเฉพาะการให้บริการภายในสนามบินของไทย และเพิ่มโอกาสเข้าถึงกลุ่มนักเดินทางที่มีกำลังซื้อสูง”
@บริหารเชิงยืดหยุ่น
สำหรับปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งในปีงบประมาณ 2568/2569 (ต.ค.2568-ก.ย.2569) เพิ่มขึ้นประมาณ 0.7% จากปี 2567/2568 ที่มีผู้โดยสารรวม 125.99 ล้านคน แม้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น โดยเป็นการเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับทิศทางตลาดการบินในเอเชียที่ขยายตัวราว 2% และตลาดการบินโลกที่เติบโตไม่เกิน 3%
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาน้ำมันและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ส่งผลให้สายการบินบางแห่งหยุดให้บริการในบางช่วงเวลา แต่สิทธิการบินและเวลาขึ้นลงของอากาศยาน (Slot Allocation) ยังคงผูกอยู่กับสายการบินเดิม ทำให้สายการบินรายใหม่ไม่สามารถเข้ามาใช้ช่วงเวลาที่ว่างได้ บริษัทจึงอยู่ระหว่างหาแนวทางจัดสรรสล็อตใหม่ เพื่อให้สนามบินใช้ขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินได้เต็มที่และเปิดโอกาสให้สายการบินอื่นเข้ามาให้บริการมากขึ้น
ด้านแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทได้ลำดับความสำคัญของการลงทุน ป้องกันการใช้เงินลงทุนเกินความจำเป็น และควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Cost) โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่จำเป็นต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร
สำหรับโครงการส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ของสนามบินสุวรรณภูมิ วงเงินลงทุนประมาณ 12,000 ล้านบาท พื้นที่ก่อสร้าง 60,000 ตารางเมตร มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่เช็กอินและระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10 ล้านคนต่อปี ส่งผลให้สนามบินมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 70 ล้านคนต่อปี
ทั้งนี้ หลังผ่านขั้นตอนการอนุมัติโครงการ คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในปี 2570 และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี ส่วนการลงทุน AOT ยังไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากมีการบริหารค่าใช้จ่ายและเตรียมกระแสเงินสดรองรับไว้แล้ว โดยงวด 9 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สิน 27,946.51 ล้านบาท และมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานประมาณ 19,930.53 ล้านบาท หลังหักภาษีเงินได้จ่ายและดอกเบี้ยรับ
“ปัจจุบันอาคารผู้โดยสารเดิมออกแบบให้รองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคนต่อปี แม้ AOT จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพจนรองรับได้ประมาณ 60 ล้านคน แต่ปริมาณผู้โดยสารปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 63-64 ล้านคนต่อปี ทำให้พื้นที่ให้บริการมีความแออัดและจำเป็นต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร”
ส่วนโครงการส่วนต่อขยายด้านทิศใต้ (South Expansion) ยังเป็นแผนลงทุนระยะยาว โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 6-7 ปีจึงแล้วเสร็จ เมื่อดำเนินการตามแผนแม่บทฉบับใหม่ครบถ้วน จะช่วยเพิ่มศักยภาพสนามบินสุวรรณภูมิให้รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 120 ล้านคนต่อปี
นอกจากนี้ AOT ยังมีแผนนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยลดภาระงานและเพิ่มผลิตภาพของบุคลากร และบริหารกำลังคน เพื่อควบคุมต้นทุนบุคลากรในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
