“แอฟริกา” แบกรับหนัก เรียกร้องทั่วโลกช่วยสู้ “โลกร้อน” ชี้ตนปล่อยคาร์บอนแค่ 4%

ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา มาห์มูด อาลี ยูซูฟ เรียกร้องให้ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดของโลก เร่งสนับสนุนประเทศในทวีปแอฟริกาในการพัฒนาแผนปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมย้ำว่า แอฟริกามีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงประมาณ 4% ของทั้งโลก แต่กลับได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในการแถลงข่าวปิดการประชุมของ สหภาพแอฟริกา เขาระบุว่า ความไม่มั่นคงในหลายพื้นที่ของทวีปยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการแก้ไขความขัดแย้ง โดยเฉพาะบริเวณชายแดน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความคืบหน้าของโครงการการค้าเสรีระดับทวีปอย่าง African Continental Free Trade Area ที่มีเป้าหมายเชื่อมโยงตลาดกว่า 1.3 พันล้านคนเข้าด้วยกัน
ผู้นำสหภาพแอฟริกายังเตือนว่า ภัยพิบัติจากสภาพอากาศที่เกิดซ้ำกำลังบั่นทอนศักยภาพในการฟื้นตัวของประเทศสมาชิก ตั้งแต่พายุไซโคลนในโมซัมบิกและมาดากัสการ์ ภัยแล้งในแซมเบียและซิมบับเว ไปจนถึงน้ำท่วมในโซมาเลีย ขณะเดียวกัน พื้นที่แถบ ซาเฮล และ ฮอร์นออฟแอฟริกา ยังคงเผชิญภัยแล้งยาวนานซึ่งกระทบความมั่นคงด้านอาหารของประชากรหลายล้านคน
ข้อมูลจาก Intergovernmental Panel on Climate Change ระบุว่า แอฟริกาเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด ทั้งจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ความแห้งแล้งที่ยาวนาน และเหตุการณ์ฝนตกหนักรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการเกษตร แหล่งน้ำ และระบบสาธารณสุข
ยูซูฟย้ำว่า การสนับสนุนด้านการเงิน เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากประเทศพัฒนาแล้วเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้ประเทศแอฟริกาสามารถดำเนินตามเป้าหมายของข้อตกลงปารีส และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของชุมชนต่อภัยพิบัติในอนาคต
เขาเตือนว่า หากไม่มีความร่วมมือระดับโลกที่จริงจัง ภัยพิบัติทางสภาพอากาศและความไม่มั่นคงอาจยิ่งซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ และกระทบเสถียรภาพของทวีปแอฟริกาในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
