รีเซต

Meta เปิดให้โพสต์ภาพงาน NFT บน Instagram และ Facebook

Meta เปิดให้โพสต์ภาพงาน NFT บน Instagram และ Facebook
TNN ช่อง16
1 กันยายน 2565 ( 09:17 )
36
Meta เปิดให้โพสต์ภาพงาน NFT บน Instagram และ Facebook

ในขณะที่ตลาดเงินดิจิทัลและ NFT กำลังอยู่ในช่วงขาลงอย่างต่อเนื่องหรือตลาดหมีในภาษาของนักเทรดเก็งกำไรเงินดิจิทัล บริษัท เมตา (Meta) ผู้ให้บริการโซเชียลเน็ตเวิร์คยอดนิยมได้ทำการเปิดฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้งานสามารถแชร์ผลงานสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ NFT ของตัวเองลงในแพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram ได้ใน 100 ประเทศ


สำหรับการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ดังกล่าวระบบจะรองรับกระเป๋าเงินดิจิทัล Rainbow, MetaMask, Trust Wallet, Coinbase Wallet และ Dapper Wallet โดยเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกสร้างบนเครือข่ายบล็อกเชน Ethereum, Polygon และ Flow


"ในขณะนี้เราได้เปิดตัวสินทรัพย์ดิจิทัลบน Facebook และ Instagram เริ่มให้ผู้คนสามารถโพสต์ของสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลที่พวกเขาเป็นเจ้าของได้ทั้งบน Facebook และ Instagram ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนสามารถเชื่อมต่อกระเป๋าเงินดิจิทัลของตนกับแอปพลิเคชันใดก็ได้เพื่อแชร์ของสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลในทั้ง 2 แอปพลิเคชัน" บริษัทเปิดเผยรายละเอียดฟีเจอร์ใหม่นี้ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท


กระแสข่าวการเชื่อมต่อ Facebook และ Instagram มีออกมาอย่างต่อเนื่องนับจากเดือนมีนาคม 2022 โดยมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กได้เปิดเผยแผนการดังกล่าวด้วยตัวเอง ต่อมาในช่วงเดือนพฤษภาคม 2022 บริการของ Instagram เริ่มทดสอบการเชื่อมต่อ NFT ในเดือนมิถุนายน 2022 ความเคลื่อนไหวเริ่มมีมากขึ้นประกอบการทดสอบระบบโดยผู้ใช้งานจำนวนมากและในเดือนกรกฎาคม 2022 บริษัท เมตา (Meta) เปิดให้ผู้ใช้งาน Instagram ใน 100 ประเทศสามารถเชื่อมต่อ NFT ของตัวเอง


NFT หรือ Non-Fungible Token สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูงของราคา เช่น ในช่วงเวลาหนึ่งมีราคาสูงเนื่องจากมีผู้เข้าไปซื้อเก็งกำไรแต่เมื่อเข้าสู่ตลาดขาลงหรือตลาดหมี NFT จำนวนมากถูกเทขายออกเพื่อเก็งกำไร มูลค่าของ NFT ถูกแทนค่าด้วยโทเคน (Token) หรือเหรียญดิจิทัล (Cryptocurrency) พัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เข้ารหัสคอมพิวเตอร์ที่มีความซับซ้อนยากต่อการแก้ไขข้อมูล แต่สามารถเปลี่ยนผ่านหรือโอนย้ายความเป็นเจ้าของได้โดยใช้วิธีการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายด้วยเหรียญดิจิทัล


ที่มาของข้อมูล engadget.com, techcrunch.com, about.fb.com 

ที่มาของรูปภาพ twitter.com/Meta

ข่าวที่เกี่ยวข้อง