"โอ่งราชบุรี" ตำนานที่ไร้คนสืบต่อ

โอ่งมังกรราชบุรี: จากภูมิปัญญาสู่วันที่ช่างปั้นกำลังหายไป
โอ่งมังกรไม่ใช่เพียงภาชนะเก็บน้ำ แต่คือภูมิปัญญาที่อยู่คู่ราชบุรีมาหลายชั่วอายุคน ทว่าทุกวันนี้เมืองหลวงโอ่งกลับเหลือช่างฝีมือปั้นโอ่งเพียงไม่กี่คน ในอนาคตอันใกล้เมื่อช่างรุ่นสุดท้ายวางมือ สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่แค่โอ่ง แต่คือเรื่องราวของเมืองโอ่งมังกรที่สืบทอดมายาวนาน
ครั้งหนึ่ง “โอ่ง” คือของจำเป็น
วันนี้เราอาจมองโอ่งมังกรอาจเป็นเพียงของตกแต่ง แต่ในอดีตโอ่งคือภาชนะสำคัญของครัวเรือน
โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบประปายังเข้าไม่ถึงน้ำฝนคือแหล่งน้ำสำคัญ
โอ่งจึงทำหน้าที่เหมือน “คลังน้ำของครอบครัว”
ราชบุรีจึงกลายเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตโอ่งสำคัญและมีตลาดกระจายไปทั่วประเทศ
โดยเฉพาะภาคอีสานที่ต้องรับมือกับปัญหาน้ำขาดแคลนในฤดูแล้ง
“ภาคอีสานเป็นตลาดหลักของพวกเรา เพราะความกันดารในสมัยก่อน
เมื่อก่อนโอ่งแทบทุกใบจะมุ่งสู่ภาคอีสาน เพราะชาวอีสานเนี่ยลำบากมากในการมีน้ำใช้
จากดิน สู่ “โอ่งมังกร”
“การทำโอ่งมังกรไม่ได้เริ่มต้นที่เตาเผาแต่มันเริ่มจากดิน”
พนม เกิดดี หรือ “ช่างเจี๊ยบ” ช่างปั้นโอ่งแห่งโรงโอ่งรัตนโกสินทร์ 1 จังหวัดราชบุรี
สะสมประสบการณ์ในงานปั้นมานานกว่า 30 ปี อธิบายถึงขั้นตอนการทำโอ่งแต่ละใบว่า
ต้องตั้งใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมดินเลย แล้วก็มาขึ้นรูป แล้วก็เผา ก็ต้องตั้งใจนะ ถ้าเผาไม่ดี
โอ่งออกมาก็ไม่ดี คือทุกขั้นตอนต้องตั้งใจหมดครับ
“โอ่งที่กำลังปั้นอยู่นี้ใช้มือล้วน ๆ ไม่ได้ใช้เครื่องจักรครับ เพราะเป็นงานแฮนด์เมดครับ ขึ้นรูปด้วยมือ วิธีการกด การปั้นนี่ก็ขั้นตอนที่ยาก ก็คือ...แต่เป็นงานที่ชิ้นใหญ่ แล้วก็ยังแงะยาก ก้นเล็ก แล้วก็ทรงอ้วน ปากเล็กกัน จะยาก”
เมืองโอ่งมังกร ในวันที่ไร้ “ช่างปั้นโอ่ง”
จากเรื่องราวของโอ่งในอดีต เมื่อกลับมาสู่ยุคปัจจุบัน ดูเหมือนคุณค่าของโอ่งยังไม่สำคัญเท่ากับในอดีต
เมื่อโอ่งที่เคยเป็นของจำเป็นกลายเป็นของตกแต่ง
ความต้องการลดลงการผลิตลดลงโรงงานจึงต้องปรับจำนวนคนงานให้สอดคล้องกับตลาด
“จากวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 ทำให้ผู้คนนี้ใช้โอ่งลดลงไปอีก ซึ่งมันส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เพราะเมื่อโรงงานผลิตน้อย ช่างก็เหลือน้อย เพราะเถ้าแก่ก็ไม่กล้าจ้างลูกน้องแพง ๆ เด็กก็จะไปหางานอื่นมาทำกันมากขึ้น ช่างโอ่งจึงลดลง จนหลือน้อยเต็มที” เฮียสุขชาติ สะท้อนถึงสถานการณ์ในอุตสาหกรรมโอ่งของราชบุรี
“งานพวกนี้ (ปั้นโอ่ง) มันต้องใช้ความอดทน คือมันต้องใช้ประสบการณ์เยอะ แล้วในกระบวนการทำก็ต้องทนอยู่กับความร้อน ซึ่งพวกเด็กรุ่นใหม่ก็จะไม่ทน ไปหางานอื่นทำกันหมด” ช่างเจี๊ยบเล่า
นั่นทำให้ปัญหาความขาดแคลนช่างปั้นโอ่งในราชบุรีกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต
วันนี้โอ่งมังกรอาจไม่ได้ทำหน้าที่เก็บน้ำเหมือนในอดีต
แต่มันยังเป็นงานศิลปะ ของตกแต่ง และหลักฐานของภูมิปัญญาที่คนรุ่นก่อนทิ้งไว้
การรักษาโอ่งมังกรจึงอาจไม่ได้หมายถึง การเก็บโอ่งไว้ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น
แต่คือการทำให้ “คนที่ปั้นโอ่ง” ยังสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้
เพราะภูมิปัญญาจะอยู่รอด ไม่ใช่เพียง “การอนุรักษ์”
แต่จำเป็นต้องมีการสืบทอด และสามารถทำเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้
โอ่งมังกรราชบุรี ในวันนี้ยังคงรอคอยให้คนรุ่นใหม่ที่มองเห็นคุณค่า เข้ามารับไม้ต่อ เพื่อสืบสานตำนานเมืองโอ่งให้อยู่ต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
