"Aramco" บิ๊กน้ำมันซาอุดีอาระเบีย สั่งปิดโรงกลั่น

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบียอย่าง Aramco ได้ระงับการดำเนินงานที่โรงกลั่นน้ำมันราส ทานูรา (Ras Tanura) ซึ่งเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ บริเวณชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย หลังเกิดเหตุโดรนโจมตีในพื้นที่ ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าก๊าซออยล์ (gasoil futures) พุ่งขึ้นทันทีหลังมีข่าวปิดโรงกลั่นดังกล่าว ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตดีเซลสำคัญของตลาดโลก โดย Aramco ได้ปิดโรงกลั่นขนาดกำลังการผลิต 550,000 บาร์เรลต่อวันเมื่อวันจันทร์ในเชิงป้องกัน (precautionary measure) ระหว่างประเมินความเสียหาย
สำนักข่าวทางการซาอุดีอาระเบีย (SPA) รายงานว่า เกิดเพลิงไหม้ในวงจำกัดที่โรงกลั่น อันเป็นผลจากเศษซากโดรน 2 ลำที่ถูกสกัดกั้นก่อนพุ่งเป้าโจมตีโรงงาน โดยแหล่งข่าวระบุว่าไฟสามารถควบคุมได้แล้ว ขณะที่ฝ่ายสื่อของ Aramco ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติมในทันที
ในตลาดพลังงาน สัญญา ICE gasoil พุ่งขึ้นมากกว่า 20% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นระหว่างวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีนาคม 2565 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในลอนดอนปรับตัวขึ้นราว 10% ใกล้ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มปะทุเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ก่อนที่เตหะรานจะยิงขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยลูกตอบโต้ไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรายใหญ่ถือเป็นฉากทัศน์เลวร้ายสำหรับตลาดน้ำมัน โดยเฉพาะในช่วงที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงักจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น
โรงกลั่นราส ทานูรา เป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิงขนส่งสำคัญ โดยเฉพาะดีเซลสำหรับตลาดยุโรป และยังผลิตน้ำมันเบนซินในปริมาณหนึ่ง ใกล้กันยังเป็นที่ตั้งของท่าเรือส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของ Aramco ซึ่งมีทั้งคลังเก็บน้ำมัน ท่าเทียบเรือ และจุดขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล จึงยิ่งตอกย้ำความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของพื้นที่ดังกล่าวต่ออุปทานพลังงานโลก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
