"สวิตเซอร์แลนด์" แทรกแซงค่าเงิน สกัดฟรังก์แข็ง

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) เข้าแทรกแซงตลาดเงินในช่วงไตรมาสแรกของปี เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินฟรังก์สวิส หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านกระตุ้นให้นักลงทุนแห่ถือสินทรัพย์ปลอดภัย
SNB เปิดเผยว่า ได้เข้าซื้อสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศมูลค่า 3.9 พันล้านฟรังก์สวิส หรือราว 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งเป็นการขายเงินฟรังก์เข้าสู่ตลาดเพื่อสกัดการแข็งค่าของสกุลเงิน
นักวิเคราะห์ของ UBS คาดว่าการแทรกแซงส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม หลังสงครามในตะวันออกกลางปะทุ โดยก่อนหน้านั้น SNB ได้ประกาศเพิ่มความพร้อมในการเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อป้องกันเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยจนทำให้ค่าเงินฟรังก์แข็งค่ามากเกินไป
ทั้งนี้ ในช่วงตั้งแต่ต้นปีถึงกลางเดือนมีนาคม เงินฟรังก์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับยูโร โดยแข็งค่ามากถึง 3.5% และแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ที่ 0.8981 ฟรังก์ต่อยูโร เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ก่อนจะอ่อนค่าลงในช่วงปลายไตรมาส ส่งผลให้ตลอดไตรมาสแรกแข็งค่ารวมไม่ถึง 1%
นักเศรษฐศาสตร์ของ UBS ประเมินว่า SNB น่าจะขายเงินฟรังก์เข้าสู่ตลาดราว 2.5 พันล้านฟรังก์ ในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว
แม้ในการประชุมนโยบายการเงินล่าสุด SNB จะปรับถ้อยแถลงให้ผ่อนคลายลง โดยระบุว่าจะเข้าแทรกแซง หากจำเป็น แต่การดูแลค่าเงินยังคงเป็นประเด็นสำคัญของธนาคารกลาง
การดูแลค่าเงินฟรังก์มีความสำคัญต่อการดำเนินนโยบายการเงินของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเงินฟรังก์ที่แข็งค่าจะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าและกดดันเงินเฟ้อ โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 0% ทำให้เครื่องมือด้านดอกเบี้ยเหลือจำกัด หากไม่ต้องการกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบอีกครั้ง
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ที่ 0.6% ในเดือนพฤษภาคม แม้ราคาพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนจะชะลอลงเหลือ 0.5%
อย่างไรก็ตาม การแทรกแซงค่าเงินของ SNB เคยสร้างความไม่พอใจให้กับสหรัฐมาก่อน โดยในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สวิตเซอร์แลนด์เคยถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่บิดเบือนค่าเงิน ก่อนจะถูกถอดชื่อออกในเวลาต่อมา แม้ปัจจุบันยังคงอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของสหรัฐ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
