Meta เสียพนักงานด้าน AI อย่างน้อย 8 คน หลังเปิดตัวห้องวิจัยซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ (MSL) ไม่ถึง 2 เดือน

เมต้า (Meta) กำลังเผชิญกับสัญญาณแรกของความตึงเครียดในแผนกปัญญาประดิษฐ์ AI หลังจากที่ CEO ของ เมต้า (Meta) มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ประกาศเปิดตัวหน่วยงานใหม่ของ เมต้า (Meta) ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมและยกระดับกิจกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ทั้งหมด (Meta Superintelligence Labs - MSL) ได้เพียงไม่ถึงสองเดือน
ล่าสุดมีรายงานว่าพนักงานอาวุโสและนักวิจัยคนสำคัญอย่างน้อย 8 คนได้ลาออกแล้ว การลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเดิมพันครั้งใหญ่ของบริษัทที่ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อไล่ตามคู่แข่งอย่าง โอเพน AI (OpenAI) แอนโทรปิก (Anthropic) และ กูเกิล (Google)
"สงครามบุคลากร" ที่สร้างความตึงเครียดภายใน
ก่อนหน้านี้ เมต้า (Meta) ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวบุคลากรระดับท็อปจากคู่แข่งอย่าง เช่น โอเพน เอไอ (OpenAI) และ กูเกิลดีปมายด์ (Google DeepMind) ซึ่งสร้างความตึงเครียดภายในองค์กร การเข้ามาของพนักงานใหม่ที่ได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าปกติ ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่พนักงานเก่าแก่ที่รู้สึกว่าคุณค่าของพวกเขาถูกลดทอนลง
หนึ่งในพนักงานที่ลาออกคือ อู่ ฉีห่าว (Chi-Hao Wu) ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ AI ซึ่งให้เหตุผลว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งทำให้พนักงานรู้สึกไม่มั่นคง โดยกล่าวว่า "ทีม ปัญญาประดิษฐ์ AI ของเรามีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการหลายครั้ง" ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาความไม่แน่นอนในที่ทำงาน
การลาออกของคนสำคัญสู่คู่แข่ง
ตามรายงานจากเว็บไซต์ Business Insider การลาออกครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ เมต้า (Meta) ต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถสูงเท่านั้น แต่หลายคนยังได้ย้ายไปร่วมงานกับบริษัทคู่แข่งโดยตรงอย่าง
เบิร์ต มาเฮอร์ (Bert Maher) พนักงานเก่าแก่ผู้พัฒนา ไพทอร์ช (PyTorch) ซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ AI ที่สำคัญของ เมต้า (Meta) ได้ย้ายไปร่วมงานกับ แอนโทรปิก (Anthropic) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนา คล่อด (Claude) ซึ่งเป็น AI แชตบอท (AI Chatbot) ของคู่แข่ง
ชายา นายัค (Chaya Nayak) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายปัญญาประดิษฐ์ AI ของเมต้า (Meta) ผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาโมเดลภาษาลลามา (Llama) ได้ย้ายไปร่วมงานกับ โอเพน AI (OpenAI)
อัฟโรซ โมฮิอุดดิน (Afroz Mohiuddin) วิศวกรอาวุโสผู้เคยทำงานกับ กูเกิล (Google) และ เมต้า (Meta) ก็ตัดสินใจย้ายไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมเทคนิคที่ โอเพน AI (OpenAI) เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่านักวิจัยใหม่อีกสองคนคือ อาวี เวอร์มา (Avi Verma) และ อีธาน ไนต์ (Ethan Knight) ได้ลาออกจาก Meta Superintelligence Labs หลังจากทำงานได้ไม่ถึงเดือนและกลับไปที่ โอเพน AI (OpenAI) ที่พวกเขาเคยทำงานมาก่อน
แม้ว่าโฆษกของ เมต้า (Meta) จะออกมาชี้แจงว่า "การลาออกเป็นเรื่องปกติสำหรับองค์กรขนาดใหญ่" แต่การสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถสูงจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจเป็นสัญญาณว่าการเดินทางสู่ "superintelligence" ของ เมต้า (Meta) อาจต้องเผชิญกับความท้าทายที่ใหญ่กว่าที่คิด
การลาออกของบุคลากรหลักในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวที่เกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่น ๆ ในแผนกใหม่นี้ พนักงานที่ตัดสินใจโบกมือลาส่วนใหญ่เป็นพนักงานเก่าแก่ที่เคยเป็นกำลังสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ AI ของบริษัทมาอย่างยาวนาน รวมถึงพนักงานใหม่บางคนที่ถูกดึงดูดเข้ามาด้วยข้อเสนอที่น่าสนใจ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
