BH ตะวันออกกลางกระทบจำกัด โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 210 บ.

#BH #ทันหุ้น – BH ประเมินความขัดแย้งตะวันออกกลางกระทบธุรกิจจำกัด เมื่อเทียบช่วงโควิด-19 ที่ปิดพรมแดนทั่วโลก ย้ำชัดโครงสร้างรายได้ผู้ป่วยต่างชาติกระจายตัวมากขึ้น เดินหน้าขยายศูนย์แพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีรักษาโรคซับซ้อน ด้านนักวิเคราะห์ ชี้รายได้กลุ่ม Non-ME เพิ่ม แนะ “ซื้อ” ให้เป้า 210 บาท มอง Pent-up Demand ผู้ป่วยตะวันออกกลางหนุนรายได้และมาร์จิ้นฟื้นหลังสถานการณ์คลี่คลาย
แหล่งข่าวจาก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH เปิดเผยว่า โรงพยาบาลประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะอยู่ในกรอบจำกัด เมื่อเทียบกับช่วงโควิด-19 ที่หลายประเทศปิดพรมแดนและระงับการเดินทางระหว่างประเทศ
*กระจายฐานลูกค้า
ประกอบกับตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมาโรงพยาบาลเดินหน้าบริหารสัดส่วนผู้ป่วย ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2568 โดยโครงสร้างรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติมีการกระจายตัวมากขึ้น ทั้งสหรัฐอเมริกาเติบโต 14% เมียนมาเติบโต 20% และบังกลาเทศเติบโต 5% ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติกลุ่มอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาล เร่งเพิ่มศักยภาพ – ขีดความสามารถในการรักษาโรคยากที่มีความซับซ้อนครอบคลุมทั้งโรคร้ายแรง – โรคเรื้อรังไม่ติดต่อ เพิ่มศักยภาพเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง สะท้อนจากโรงพยาบาลได้รับการจัดอันดับ The World's Best Hospital อันดับที่ 96 ของโลก จาก Newsweek และ Statista ช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพการรักษาและมาตรฐานบริการในระดับสากล
“ปัจจุบันการเดินทางจากภูมิภาคตะวันออกกลางไม่ได้ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง หลายประเทศยังเดินทางได้อยู่ มีเพียงบางประเทศที่ต้องชะลอการเดินทางชั่วคราว เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงการเดินทางเข้ามารับการรักษาก็มีแนวโน้มจะเร่งตัวขึ้น”
*ขยายศูนย์แพทย์เฉพาะทาง
ขณะเดียวกันโรงพยาบาลยังเดินหน้าลงทุนขยายศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรักษา ครอบคลุมทั้งโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อร้ายแรง พร้อมพัฒนาศูนย์เฉพาะทางเพิ่มเติม อาทิ คลินิกกระดูกสันหลังและการเคลื่อนไหว (Spine and Movement) และศูนย์มะเร็ง (Oncology) ซึ่งมีการแยกหน่วยรักษาเฉพาะทางเพื่อรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการประสานการทำงานระหว่างศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและตัวโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาและการส่งต่อผู้ป่วยอย่างครบวงจร โดยมุ่งยกระดับผลลัพธ์การรักษาและรักษามาตรฐานบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ป่วยและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
*แนะ “ซื้อ” เป้า 210 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุในบทวิเคราะห์กลยุทธ์ KSS มีความเห็นสอดคล้องกับการประเมินของ Mitsubishi UFJ Financial Group ที่คาดการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางน่าจะสินสุดใน 4-8 สัปดาห์ ประกอบกับตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2569 สนามบินหลัก (ดูไบ,โดฮา,อาบูดาบี) และสายการบินของตะวันออกกลางส่วนใหญ่กลับมาให้บริการ จึงประเมินว่าการชะลอตัวของกลุ่มตะวันออกกลางจะเป็นผลกระทบชั่วคราวต่อ BH
*รายได้ตะวันออกกลางแค่ 23.7%
ขณะเดียวกัน BH สามารถกระจายสัดส่วนคนไข้ได้ครอบคลุมมากขึ้น โดย ณ สิ้นปี 2568 BH มีรายได้ต่างชาติสัดส่วน 65.6% เป็นรายได้กลุ่มตะวันออกกลางสัดส่วน 23.7% และรายได้ต่างชาติอื่นๆ (Non ME) สัดส่วน 41.9%
ประกอบกับศักยภาพในการรักษาโรคยากซับซ้อน, มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงและมี Intensily ค่ารักษาตามความซับซ้อนโรคเพิ่มขึ้น จึงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 7.5 พันล้านบาท ทรงตัวจากปี 2568 สะท้อนสมมติฐานความเสี่ยงตะวันออกกลางยึดเยื่อราว 10 สัปดาห์ พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 210 บาท โดย Pent-up Demand ของลูกค้าตะวันออกกลางที่ชะลอการเดินทางและเลื่อนการรักษามีโอกาสเร่งตัวหลังสถานการณ์คลี่คลาย จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้และ Margin มีแนวโน้มดีกว่าคาด มองเป็นโอกาสสะสมจากราคาหุ้นปรับลง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
