DELTA เอเซียพลัส คาดกำไร Q1/69 ที่ 8.3 พันลบ.เติบโต แต่ราคาหุ้นสะท้อนแล้ว

#DELTA #ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 8.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% QoQ และเพิ่มขึ้น 51% YoY ซึ่งกำไรที่เติบโต มีปัจจัยหนุนจาก ยอดขายที่เดินหน้าทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง เป็น 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8% QoQ, เพิ่มขึ้น 55% YoY ส่วนยอดขายเมื่อแปลงเป็นสกุลบาทอยู่ที่ราว 6.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% QoQ, เพิ่มขึ้น 44% YoY โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของยอดขายสินค้าเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับ AI,ดาต้าเซ็นเตอร์
นอกจากนี้คาดสัดส่วนที่เพิ่มของการขายสินค้ากลุ่ม AI และดาต้าเซ็นเตอร์ (สร้างมาร์จิ้นสูง) ช่วยผลักดันอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) โดยรวมสูงขึ้นจาก 25.6% ในไตรมาส 1/68 และ 28.6% ในไตรมาส 4/68 เป็น 29.0% และ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร/ยอดขาย จะมีสัดส่วนลดลง ตามฐานรายได้ที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าลิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายให้ บริษัทแม่
ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นนัก เพราะงานส่วนใหญ่เป็นโครงการของ DELTA เอง
หากกำไรไตรมาส 1/69 เป็นไปตามคาด จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 25.2% ของคาดการณ์กำไรทั้งปี 2569 ของฝ่ายวิจัย ซึ่งประเมินไว้ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% YoY
ส่วนแนวโน้มยอดขายในไตรมาส 2/69 ยังดูสดใส ตามการสั่งซื้อล่วงหน้าของลูกค้า Hyperscaleที่ทุ่มขยายงบสำหรับ AI และ ดาต้าเซ็นเตอร์ อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนจากสงครามสหรัฐ/อิสราเอล-อิหร่าน ที่ส่งผลต่อค่าขนส่งทางเรือทั่วโลก แม้ส่วนใหญ่แล้วบริษัทจะขายสินค้าในราคา Free On Broad (FOB) ซึ่งลูกค้าจะรับผิดชอบค่าขนส่งและค่าประกันภัยเอง แต่ยังมีลูกค้าบางรายที่ให้บริษัทรับผิดชอบค่าขนส่งและค่าประกันภัยอยู่อีกทั้งหากสงครามยืดเยื้อ คาดจะกดดันเศรษฐกิจโลก, สหรัฐ (ตลาดหลักของบริษัท),การลงทุนใน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ รวมทั้งยอดขายของบริษัทในระยะถัดไปได้
**หั่นคำแนะนำลงเป็นขาย
ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ระบุว่า แม้จะมีปัจจัยบวกจากกำไรไตรมาส 1/69 ที่คาดว่าจะออกมาดี ซึ่งอาจเป็นประเด็นให้มีการเก็งกำไรในระยะสั้น อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยได้ปรับลดคำแนะนำเป็นขาย จากเดิมแนะนำซื้อ ในหุ้น DELTA และให้ราคาเป้าหมายที่ 253 บาท
เพราะราคาหุ้นได้สะท้อนการเติบโตไปมากแล้ว โดยปัจจุบันซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่105 เท่า และ ดูมีความเสี่ยงเพิ่มตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป ทั้งจากสงครามสหรัฐ/อิสราเอล-อิหร่าน ที่อาจทำให้ต้นทุนค่าขนส่งและราคาวัตถุดิบบางประเภทสูงขึ้น รวมทั้งเรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐที่ยังมีความไม่แน่นอน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
