กลาโหมสหรัฐฯ เผยยุทธศาสตร์ใหม่ "จีน-รัสเซีย" ไม่ใช่ภัยคุกคามความมั่นคงสหรัฐฯ อีกต่อไป

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยแพร่เอกสาร “ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศฉบับใหม่” ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ความยาว 34 หน้ากระดาษ ที่มีความแตกต่างไปจากฉบับเดิม โดยเฉพาะในส่วนที่ทั้ง “จีน” และ “รัสเซีย” ไม่ถูกระบุว่าเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ อีกต่อไป
เอกสารดังกล่าวจะถูกจัดทำขึ้นใหม่ทุก 4 ปี โดยมีการระบุในส่วนภัยคุกคามด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ว่า ความมั่นคงของสหรัฐฯ เอง และซีกโลกตะวันตก คือความกังวลหลักอันดับหนึ่งของกระทรวงกลาโหม อีกทั้งยังระบุว่า สหรัฐฯ ได้ละเลยผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมของชาวอเมริกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งเอกสารยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศฉบับใหม่นี้ยังระบุด้วยว่า สหรัฐฯ จะให้การสนับสนุนแก่พันธมิตรในระดับที่ “จำกัดมากขึ้น” ด้วย
หากจำได้ปีที่แล้ว หลายสื่อรายงานถึงเอกสารยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศฉบับดังกล่าว ที่มีเนื้อหารั่วไหลออกมาก่อนที่จะมีการเผยแพร่อย่างเป็นทางการ โดยในขณะนั้นเนื้อหามีการระบุว่ายุโรปกำลังเผชิญ การล่มสลายเชิงอารยธรรม แต่ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็ไม่ได้มองรัสเซียเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ อีกต่อไป ซึ่งในขณะนั้นฝั่งรัสเซียได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าเอกสารฉบับดังกล่าวสอดคล้องเป็นส่วนใหญ่กับมุมมองของฝั่งรัสเซีย โดยเมื่อเอกสารฉบับสมบูรณ์ถูกเผยแพร่ออกมาได้มีการระบุว่ารัสเซียคือสิ่งสามารถบริหารจัดการได้ต่อประเทศสมาชิกนาโตทางตะวันออก
เมื่อเปรียบเทียบกับยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศฉบับเดิมเมื่อปี 2022 ได้มีการระบุไว้ว่า ภัยคุกคามหลายมิติที่ “จีน” ก่อขึ้น ถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดต่อด้านการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ในขณะที่เอกสารเดียวกันจากปี 2018 ระบุชัดเจนว่าจีนและรัสเซียเป็นความท้าทายหลักต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ
สำหรับในส่วนที่อธิบายถึงความสัมพันธ์กับจีน ยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ระบุว่าจะดำเนินการผ่าน “ความแข็งแกร่ง ไม่ใช่การเผชิญหน้า” โดยมีเป้าหมายไม่ใช่เพื่อครอบงำจีนและไม่ใช่เพื่อบีบคั้นหรือทำให้จีนอับอาย อีกทั้งไม่มีส่วนที่กล่าวถึงไต้หวัน ซึ่งต่างจากฉบับที่ผ่านมาที่เคยระบุว่าสหรัฐฯ จะป้องกันไม่ให้ใครก็ตาม รวมถึงจีนที่จะสามารถครอบงำสหรัฐฯ หรือพันธมิตรของสหรัฐฯ ได้
นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศฉบับรัฐบาลทรัมป์ 2.0 นี้ได้ระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะรับประกันการเข้าถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของกองทัพและในเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในพื้นที่ คลองปานามา อ่าวอเมริกาที่แต่เดิมคืออ่าวเม็กซิโก ก่อนที่ทรัมป์จะเปลี่ยนชื่อ รวมไปถึง “กรีนแลนด์” ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงอยู่ในขณะนี้ โดยเอกสารยังระบุว่า แนวทางของรัฐบาลทรัมป์จะแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากยุทธศาสตร์ที่เกินจริงของรัฐบาลก่อนๆ หลังยุคสงครามเย็นในอดีตพร้อมเสริมว่ายุทธศาสตร์ใหม่นี้จะยุติอุดมคตินิยมแบบเพ้อฝัน และหันสู่ความเป็นจริงที่แข็งกร้าวมากขึ้น
ยุทธศาสตร์นี้ยังระบุบทบาทของสหรัฐฯ ในการยับยั้งเกาหลีเหนือว่าจะเป็นไปในลักษณะจำกัดมากขึ้น และไม่รวมการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือลงไปในยุทธศาสตร์ฉบับใหม่นี้ โดยให้เหตุผลว่า เกาหลีใต้มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับผิดชอบหลักในภารกิจดังกล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
