สรุปข่าว "ผู้กองหญิง" หิ้ว "กัญชา" ไปจีน เตือนประชาชนตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ายาข้ามชาติ

กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กำลังเร่งขยายผลเครือข่ายรับจ้างหิ้วของไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ใช้ผู้รับจ้างขนสัมภาระเป็นเครื่องมือ โดยเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 ร้อยตำรวจเอกหญิงรายหนึ่งได้ถูกว่าจ้างให้หิ้วกระป๋องลูกเดือยจำนวน 30 กระป๋อง ผ่านทางเพจรับหิ้วสินค้า เพื่อเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศจีนในลักษณะนักท่องเที่ยว
เมื่อเดินทางถึงปลายทาง เธอถูกเจ้าหน้าที่ทางการจีนจับกุมและควบคุมตัวเพื่อสอบสวนทันที หลังจากการตรวจสอบพบว่ามีกัญชาซุกซ่อนอยู่ภายในกระป๋องลูกเดือยดังกล่าว กระบวนการสอบสวนของทางการจีนใช้เวลานานกว่า 2 เดือน ก่อนที่อัยการจีนจะมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี
เนื่องจากมีพยานหลักฐานยืนยันว่าร้อยตำรวจเอกหญิงรายนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการรับจ้างหิ้วสินค้าจริงและไม่มีส่วนรู้เห็น
อย่างไรก็ตาม โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ต้นสังกัดของร้อยตำรวจเอกหญิง ซึ่งคือโรงพยาบาลตำรวจ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น หากพบว่ามีความผิดจริงจะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกโรงเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการรับจ้างหิ้วของไปต่างประเทศ โดยเฉพาะสิ่งของที่ไม่ทราบที่มาที่ไป
เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกใช้เป็นช่องทางในการลักลอบขนยาเสพติด พลตำรวจตรี จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ย้ำเตือนเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ว่า การลักลอบขนกัญชาถือเป็นความผิดตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งมีอัตราโทษรุนแรงตั้งแต่จำคุกตลอดชีวิตไปจนถึงโทษประหารชีวิต
แม้ว่ากัญชาจะถูกปลดล็อกในบางส่วนสำหรับการใช้ทางการแพทย์ภายในประเทศไทยก็ตาม กรณีนี้ไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ได้บุกเข้าตรวจค้นที่พักของแอร์โฮสเตสรายหนึ่ง เพื่อขยายผลเครือข่ายส่งเฮโรอีนข้ามชาติ โดยคาดว่าเธอเป็นผู้รับหิ้วยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย
นอกจากนี้ ยังมีกรณีของแอร์โฮสเตสชาวออสเตรเลียที่ถูกจับกุมในลักษณะคล้ายกัน โดยถูกล่อลวงให้ขน “ผงขาว” ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งเธออ้างว่าตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติเช่นกัน เจ้าหน้าที่ศุลกากรและ ป.ป.ส. จึงได้เน้นย้ำว่า หากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ ผู้ที่รับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของนั้นจะต้องกลายเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานลักลอบนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดทันทีโดยไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
