รีเซต

ทรัมป์บอก MOU จบแล้ว อิหร่านย้ำสหรัฐฯ ละเมิด MOU

ทรัมป์บอก MOU จบแล้ว อิหร่านย้ำสหรัฐฯ ละเมิด MOU
TNN ช่อง16
8 กรกฎาคม 2569 ( 16:36 )
9

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาเชื่อว่าบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายปูทางไปสู่การยุติสงครามนั้น “จบลงแล้ว” หลังเกิดเหตุโจมตีตอบโต้กันหลายระลอกทั่วตะวันออกกลาง


โดยทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตว่า “การรับมือกับพวกเขาเป็นเรื่องเสียเวลา” คำกล่าวดังกล่าวนับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่การลงนาม MOU ว่า ข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังใกล้ล้มเหลว


ท่าทีของทรัมป์มีขึ้นหลังจาก กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในบาห์เรน และคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ทรัมป์ยังใช้ถ้อยคำรุนแรงโจมตีอิหร่าน โดยเรียกว่าเป็น “คนชั่วร้ายและป่วย” พร้อมกล่าวหาว่าอิหร่านเป็น “ผู้เล่นที่สกปรก” จากการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเขาระบุว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยรัฐบาลวอชิงตันกำลังเสียเวลาไปกับการเจรจากับอิหร่าน และต้องการ "จัดการธุระของเรา" มากกว่าการเดินหน้าทางการทูต


ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ต้องกำจัดมะเร็งของพวกเขา และคุณรู้ไหมว่าต้องทำอย่างไร คุณต้องตัดมะเร็งออกตั้งแต่ระยะแรก


โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ประณามอย่างรุนแรงต่อ “การโจมตีที่ก้าวร้าวและการละเมิด MOU อย่างร้ายแรงโดยสหรัฐฯ”  หลังจากการโจมตีทางทหารในภาคใต้ของอิหร่าน

ทางกระทรวงระบุว่า เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ (8 กรกฎาคม) กองทัพสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ก่อการร้าย ได้ละเมิดมาตรา 2 วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน โดยได้กระทำการรุกรานทางทหารต่อศูนย์ตรวจสอบและเฝ้าระวังหลายแห่งบนชายฝั่งทางใต้ของอิหร่าน และการโจมตีเหล่านี้เป็นการละเมิดวรรค 1 ของ MOU ว่าด้วยการยุติสงครามอย่างชัดเจน ซึ่งกำหนดให้ยุติปฏิบัติการทางทหาร


นอกจากนี้ พันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศของรัฐบาลทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้านที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของอ่าวเปอร์เซียในการป้องกันไม่ให้ฝ่ายผู้รุกรานใช้ดินแดนและสิ่งอำนวยความสะดวกของตนในการกระทำการรุกรานต่ออิหร่าน การร่วมมือใดๆ ในการก่ออาชญากรรมรุกรานอิหร่าน ถือเป็นการสมรู้ร่วมคิดและการมีส่วนร่วมในอาชญากรรมนั้น


ขณะเดียวกันก็ย้ำเตือนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและเลขาธิการสหประชาชาติถึงความรับผิดชอบของพวกเขา โดยกองทัพอิหร่าน จะปกป้องบูรณภาพดินแดน อธิปไตยแห่งชาติ และความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่านจากการรุกรานทางทหารของสหรัฐฯ ตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และจะมุ่งเป้าไปที่ต้นเหตุของการรุกราน


ขณะที่นักการทูตอาวุโสของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ประณามการโจมตีของอิหร่านต่อรัฐในอ่าวเปอร์เซีย

อันวาร์ การ์กาช นักการทูตอาวุโสของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่า การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งเป็เรือพาณิชย์ของกาตาร์และซาอุดีอาระเบียในช่องแคบฮอร์มุซ และการโจมตีบาห์เรนและคูเวตซ้ำ ๆ แสดงให้เห็นว่า อิหร่านยังคงไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของการลดความตึงเครียดและเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สงครามได้


การ์กาช ที่ปรึกษาทางการทูตของประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวในโพสต์บน X วันนี้ว่า รัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซียไม่สามารถเป็นเป้าหมายของอิหร่าน ที่เปลี่ยนไปมาระหว่างการเพิ่มความตึงเครียดและเส้นทางแห่งความมีเหตุผล เสถียรภาพ และสันติภาพได้อีกต่อไป


ขณะที่สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ได้แจ้งเตือนสายการบินต่างๆ ว่าไม่ควรทำการบินในน่านฟ้าของอิหร่านและอิรักจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง


คำเตือนก่อนหน้านี้ที่สิ้นสุดในวันที่ 8 กรกฎาคม ได้เตือนครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย นอกจากนี้ยังขอให้สายการบินต่าง ๆ ใช้ความระมัดระวังในน่านฟ้าของบาห์เรน คูเวต อิสราเอล จอร์แดน กาตาร์ โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง