มากกว่าเยือนฮาวาย? ปรับสมดุลมั่นคงสหรัฐฯ แต่ไม่ควรลืมมิตรอย่าง “จีน”

ทำไมต้อง “ฮาวาย”?
สืบเนื่องจากที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนรัฐฮาวายของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 15 ปีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และได้พบและหารือกับ พลเรือเอก ซามูเอล เจ ปาปาโร ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก หรือ (USPACOM) ทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยสถานการณ์เกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาค ขณะเดียวกันก็ได้มีการพูดคุยเรื่องการกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ ด้วยเนื่องจากไทยก็ถือเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้
รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ชี้ว่าการเยือนฮาวายของนายสีหศักดิ์ในครั้งนี้เป็นหนึ่งใน “กรอบการทูต 2.0” และหัวใจสำคัญคือการปรับสมดุลทางความมั่นคงระหว่างไทยและสหรัฐฯ
อาจารย์ปณิธาน มองว่า การเยือนในครั้งนี้ยังเป็นเพียงขั้นต้นที่อาจสามารถสานต่อไปถึงการเยือนและพบระดับรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้ เนื่องจากไทยมีความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ หลากหลายมิติ ทั้งในเรื่องการซ้อมรบ Cobra Gold หรือแม้แต่การใช้ฐานทัพต่าง ๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต การปรับสมดุลในเรื่องความมั่นคงให้ใกล้ชิดมากขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของไทยจึงมีความจำเป็น
ไทยย้ำ ไม่เลือกข้างมหาอำนาจ แต่เลือผลประโยชน์ไทย
ในการเยือนครั้งนี้ หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าจะเปรียบเสมือนไทยได้เลือกข้างเข้ากับทางฝั่งสหรัฐฯ หรือไม่นั้น นายสีหศักดิ์ ย้ำว่าการเยือนสหรัฐฯในครั้งนี้ “ไทยไม่ได้เลือกข้าง” แต่ไทยเอาความมั่นคงของประเทศเป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกันกับฝั่งจีน ไทยก็มีความร่วมมือด้านความมั่นคงด้วยเช่นกัน เพื่อรักษาความสมดุลและความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจทั้งสอง โดยยึดผลประโยชน์ของไทยเป็นหลัก
ในประเด็นนี้ อาจารย์ปณิธาน มองว่าแม้ไทยจะได้ “ความมั่นใจจากสหรัฐฯ” มากขึ้นว่าไทยพยายามที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ถูกมองว่า “ไม่จริงจังและไม่ให้ค่ามากนัก” เช่นเดียวกับไทยที่มองความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในลักษณะนี้ การเดินทางเยือนโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยจึงถือว่าเป็นทิศทางที่ดีและควรทำอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันการปรับน้ำหนักความมั่นคงกับฝั่งจีนด้วยให้สมดุลก็ต้องทำควบคู่ไปด้วย อาทิ โครงการเรือดำน้ำซึ่งเป็นความร่วมมือกับฝั่งจีน อาจารย์ปณิธานมองว่าไทยก็ควรกลับไปสานต่อในลักษณะที่จะเป็นประโยชน์กับไทย ซึ่งหากทำได้ไทยจะได้แรงสนับสนุนและเกิดเป็นความร่วมมือกับทั้งสองมหาอำนาจเหมือนตัวอย่างของเวียดนาม
นอกจากนี้ อาจารย์ปณิธานยังกล่าวด้วยว่า จีนอาจสามารถจับสัญญาณและความเคลื่อนไหวจากการเยือนฮาวายครั้งนี้อย่างใกล้ชิดว่ามีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นจากการเยือนดังกล่าวหรือไม่ อาจารย์ปณิธานมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในฮาวายยังสามารถเชื่อมโยงไปถึงประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาได้ จีนที่พยายามเสนอความร่วมมือต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความจัดแย้งของไทยและกัมพูชา แต่หากไทยหันกลับไปพูดคุยกับฝ่ายจีนเรื่องกัมพูชาอย่างจริงจัง ก็จะช่วยปรับความสมดุลทางความมั่นคงกับฝั่งจีน ควบคู่ไปกับการเยือนฮาวายในครั้งนี้
เปิดนัยยะ สหรัฐฯ ตัด ‘INDO’ ออกจาก USPACOM
สำหรับประเด็นที่กองบัญชาการสหรัฐฯ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (USINDOPACOM) เปลี่ยนชื่อกลับเป็น กองบัญชาการสหรัฐฯ ในภูมิภาคแปซิฟิก (USPACOM) โดยตัดคำว่า “INDO” ออกมีนัยยะที่ไทยควรให้ความสำคัญหรือไม่
อาจารย์ปณิธาน มองว่า การที่สหรัฐฯ ทำสงครามในอิหร่านเป็น “จุดผกผัน” ที่ทำให้สหรัฐฯ เร่งปรับน้ำหนักด้านความสมดุลใหม่ จากเดิมสหรัฐฯ ต้องการให้อินเดียเข้ามาถ่วงดุลกับจีน แต่จากสงครามในตะวันออกกลางนี้ ทำให้สหรัฐฯ เห็นว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากอินเดีย ตลอดจนปัญหาภายในทำให้อินเดียไม่สามารถถ่วงดุลจีนที่กำลังแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ได้ นี่จึงเป็นสัญญาณที่สามารถจับได้ว่า สหรัฐฯ กำลังปรับเพิ่มสมดุลด้านความมั่นคงมากขึ้นอีก ดังนั้นแล้วหลายชาติจึงต้องกลับไปหาสหรัฐฯ เพื่อปรับการทำงานด้านความมั่นคงร่วมกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
