ปิด “ฮอร์มุซ” นานแค่ไหน น้ำมันจึงจะช็อค?

"ช่องแคบ (ฮอร์มุซ) ถูกปิดแล้ว หากใคร ก็ตามพยายามที่จะแล่นผ่าน เหล่าฮีโร่จาก กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติและกองทัพเรือจะเผา เรือเหล่านั้นให้วอดวาย" นี่คือคำพูดของ Ebrahim Jabari ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการ สูงสุดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน
แล้วอะไรจะเกิดขึ้นจากนี้!!!
Executive Summary
* การปิดช่องแคบฮอร์มุซ จาก ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคา น้ำมันดิบพุ่งสูงสุดในรอบหลายเดือน (Brent $77.74.
WTI $71.23 ณ วันที่ 3 มีนาคม 2026)
*Hormuz เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่น้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก ผ่าน (20 ล้านบาร์เรล/วัน)
* ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กำลังการผลิตแต่อยู่ที่ความปลอดภัย ในการขนส่งและตลาดประกันภัยเรือ
* ตลาดสามารถรับมือได้ 1-2 สัปดาห์ แต่หากเกิน 4 สัปดาห์จะเกิดวิกฤตราคาเนื่องจากปัญหาการส่งมอบ
* OPEC+ มีสำรองประมาณ 3.5 ล้านบาร์เรล/วัน แต่ ไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ทันทีทั้งหมด
* Saudi East-West Pipeline รองรับได้ 3-4 ล้าน/วัน
* OECD มีน้ำมันสำรองใช้ได้ประมาณ 74 วัน
#สงคราม #ทันหุ้น – ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งแรงทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่เดือนมิถุนายน หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงจนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนหากลากยาวเกิน 4 สัปดาห์ โลกรับมือไม่ไหวแน่ ชี้ซาอุฯ และคลังสำรองช่วยได้เพียงระยะสั้น
**ราคาน้ำมันพุ่งรับข่าวร้าย**
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเมษายนทะยานขึ้น 6.3% ปิดที่ 71.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนพฤษภาคมพุ่งขึ้น 6.7% ปิดที่ 77.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นระดับราคาสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลอย่างหนักต่ออุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก
**ช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นเลือดใหญ่ที่ถูกตัดขาด**
ประเด็นหลักที่ตลาดจับตามองคือ "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผ่านเส้นทางนี้ถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 20% ของการบริโภคทั่วโลก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านประกาศปิดช่องแคบและขู่จะโจมตีเรือทุกลำที่พยายามผ่านเส้นทางนี้ อัตราค่าประกันภัยเรือที่พุ่งสูงและความกังวลด้านความปลอดภัยทำให้การจราจรทางเรือหยุดชะงักลง
**กูรูประเมินสถานการณ์ "Supply Shock"**
Angie Gildea จาก KPMG ระบุว่านี่คือ "Supply Shock" ที่ยังไม่รู้วันสิ้นสุด โดยตัวแปรสำคัญคือ "ระยะเวลา"
ขณะที่นักกลยุทธ์จาก Macquarie มองว่าโลกอาจทนต่อการปิดช่องแคบได้เพียง 1-2 สัปดาห์ แต่หากลากยาวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 หรือ 4 ผลกระทบต่อราคาจะรุนแรงเกินควบคุม เนื่องจากไม่มีแหล่งอุปทานอื่นที่สามารถผลิตและส่งมอบน้ำมันมาชดเชยได้ทัน สอดคล้องกับความเห็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่คาดการณ์ว่าแคมเปญทางทหารต่ออิหร่านอาจกินเวลานาน 4-5 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น
**ทางเลือกที่จำกัด**
แม้จะมีมาตรการบรรเทาผลกระทบ เช่น ท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบียที่มีกำลังการผลิตสำรอง 3-4 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือการใช้คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ของสหรัฐฯ และกลุ่มประเทศ OECD แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก CIBC มองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องมือชั่วคราวที่ไม่สามารถทดแทนปริมาณน้ำมันมหาศาลที่หายไปจากช่องแคบฮอร์มุซได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ความสามารถในการเคลื่อนย้ายน้ำมันอย่างปลอดภัยภายใต้สภาวะสงครามกลายเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งกว่ากำลังการผลิต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
