Apple ประกาศเปิดตัว AirTag เจเนอเรชั่นถัดไป ค้นหาที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ลำโพงที่ดังกว่าเดิม

Apple ประกาศเปิดตัว AirTag เจเนอเรชั่นถัดไป อย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมการอัปเกรดประสิทธิภาพรอบด้าน ทั้งระยะการค้นหาที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ลำโพงที่ดังกว่าเดิม และความสามารถในการระบุตำแหน่งที่แม่นยำ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ติดตามสิ่งของสำคัญได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
จุดเด่นและฟีเจอร์ใหม่ที่สำคัญ
1. ชิปอัลตร้าไวด์แบนด์รุ่นที่ 2 โดย AirTag รุ่นใหม่ขับเคลื่อนด้วยชิปตัวเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 17 และ Apple Watch Ultra 3 ซึ่งช่วยขยายระยะบลูทูธให้ไกลขึ้น และทำให้คุณสมบัติค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริง (Precision Finding) สามารถนำทางผู้ใช้ไปหาสิ่งของได้ไกลกว่ารุ่นก่อนสูงสุดถึง 50%
2. เสียงดังฟังชัดกว่าเดิมมีการปรับปรุงดีไซน์ภายในทำให้ลำโพงส่งเสียงได้ดังขึ้น 50% ช่วยให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจาก AirTag ได้ไกลกว่าเดิมถึง 2 เท่า แม้ของจะตกอยู่ในซอกลึก
3. ค้นหาผ่าน Apple Watch นับเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถใช้ฟีเจอร์ ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริงผ่าน Apple Watch (Series 9 หรือ Ultra 2 ขึ้นไป) เพื่อนำทางไปยัง AirTag ได้โดยตรงจากข้อมือ,
4. ฟีเจอร์แชร์ตำแหน่งสิ่งของ (Share Item Location) รองรับการแชร์ตำแหน่งกระเป๋าเดินทางให้กับสายการบินพันธมิตรกว่า 50 แห่งอย่างปลอดภัย เพื่อช่วยติดตามสัมภาระที่ล่าช้าหรือสูญหาย ซึ่งข้อมูลระบุว่าฟีเจอร์นี้ช่วยลดปัญหากระเป๋าสูญหายได้ถึง 90%
ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
AirTag รุ่นใหม่ยังคงให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวด้วยการเข้ารหัสข้อมูล และมีระบบป้องกันการติดตามที่ไม่พึงประสงค์ (Anti-stalking), ในด้านสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลเป็นส่วนใหญ่ เช่น พลาสติกรีไซเคิล 85% และแร่โลหะหายากรีไซเคิล 100% ในแม่เหล็ก
ราคาและการวางจำหน่าย
AirTag ใหม่จะวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ โดยต้องใช้งานร่วมกับ iPhone ที่ติดตั้ง iOS 26 ขึ้นไป หรือ iPad ที่มี iPadOS 26 ขึ้นไป
1. แบบ 1 ชิ้น: ราคา 990 บาท
2. แบบแพ็ค 4 ชิ้น: ราคา 3,290 บาท
Apple มีบริการสลักข้อความฟรีเมื่อสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ของ Apple
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
