EPGชูคนละครึ่งWFH เล็งซื้อกิจการเพิ่มปีนี้

EPGชูคนละครึ่งWFH เล็งซื้อกิจการเพิ่มปีนี้
ทันหุ้น
2 มิถุนายน 2564 ( 08:45 )
21
EPGชูคนละครึ่งWFH เล็งซื้อกิจการเพิ่มปีนี้

 

ทันหุ้น – EPG เดินเกมดีล M&A ต่อยอดธุรกิจ คาดชัดเจนปีนี้ แถมยิ้มรับคนละครึ่ง-เราชนะ-WFH หนุนยอดบรรจุภัณฑ์พุ่ง พร้อมปักธงงวดบัญชีปี 2565 รายได้ทะยาน 15% จากปีก่อนที่ 9.57 พันล้านบาท รับเศรษฐกิจทั่วโลกฟื้น ดันออเดอร์กระฉูด ด้านโบรกเกอร์ เชียร์สอย เป้าหมาย 15.50 บาท

 

ดร.ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าควบรวมกิจการ (M&A) หรือร่วมทุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเดิมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในส่วนนี้คาดใช้เงินลงทุนราว 300 ล้านบาท คาดน่าจะได้ราว 1-2 ดีลภายในปีนี้

 

ขณะที่บริษัทตั้งงบลงทุนในปีบัญชี 2564/65 (สิ้นสุด 31 มี.ค. 65) รวม 540 ล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็นแบรนด์" Aeroflex" อยู่ที่ 175 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุนต่อเนื่องเพื่อสร้างฐานการผลิต, โรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐอเมริกาของกลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ "Aeroklas" ราว 245 ล้านบาท และกลุ่มบรรจุภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ " EPP" อีก 120ล้านบาท ทั้ง 2บริษัทย่อยนี้ใช้เพื่อเพิ่มเครื่องจักรและใช้ปรับปรุงไลน์การผลิต

 

*รับทรัพย์คนละครึ่ง

 

ด้านรศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EPG กล่าวว่า ในแง่ประเด็นเกี่ยวการที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการคนละครึ่งระยะที่ 3 วงเงิน 9.3 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 31 ล้านคน ให้สิทธิใช้จ่ายไม่เกิน 150 บาท วงเงิน 3,000 บาทต่อคนนั้นทาง EPG มองล้วนเป็นผลบวกต่อธุรกิจ เพราะช่วยผลักดันให้ออเดอร์บรรจุภัณฑ์อาหารขยายตัวยิ่งขึ้น

 

"ไม่เพียงเท่านั้นในส่วนโครงการม.33 และ "เราชน" อีกคนละ 2,000 บาทในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งกระแสการรับประทานอาหารที่บ้านนั้นล้วนเป็นอีกปัจจัยหนุนยอดขายกล่องอาหารของEPP แทบทั้งสิ้น และถือเป็นอีกปัจจัยช่วยสนับสนุนธุรกิจให้เป็นไปตามที่วางไว่" รศ.ดร.เฉลียว กล่าว

 

*ปีนี้รายได้ทะยาน15%

 

สำหรับผลประกอบการงวดบัญชีปี 2565 (เม.ย.64-มี.ค.65) บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ราว 1.1 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 15% จากปีก่อนที่ราว 9.75 พันล้านบาท เพราะภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ทั่วโลกฟื้นตัว โดยเฉพาะในส่วนของสหรัฐอเมริกาที่เริ่มดีขึ้นอย่างชัดเจน ผลจากการฉีดวัคซีนในหลายประเทศประสบความสำเร็ต ประกอบกับธุรกิจมีการทำตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพิ่มเติม

 

อย่างไรก็ดี แนวทางการบริหารงานในงวดบัญชีปี 2565บริษัทจะมุ่งเน้นการดำเนินงานในด้านต่างๆ ได้แก่ การสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมของบริษัท สร้างสรรค์สินค้าตอบรับกับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) พร้อมกับบริหารจัดการกระบวนการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้กลยุทธ์ “Capacities Driven”

 

พร้อมกันนี้ยังมีการขยายตลาดในต่างประเทศให้สอดรับกับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งควบคู่ไปกับดำเนินตามนโยบาย “USE” ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง

 

*ออเดอร์ทะลักเป้า 15บ.

 

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น EPG ให้ราคาเป้าหมาย 15.50 บาท เพราะคาดปริมาณขายงวดบัญชีปี 2565 เติบโตต่อเนื่อง ผลมาจากการเพิ่มขึ้นกำลังผลิตโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ และกำลังผลิตที่ฟื้นตัวตามความต้องการของธุรกิตชนวนในไทย อีกทั้งบริษัทมีการขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 8,000ตันต่อปีภายในปีนี้ รวมทั้งต้นทุนค่าระวางเรือและอื่นๆ ลดลง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง