รุดช่วย แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ประกาศขายไต เลี้ยงครอบครัว 10 ชีวิต หลังเจอพิษโควิดระลอก 3

รุดช่วย แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ประกาศขายไต เลี้ยงครอบครัว 10 ชีวิต หลังเจอพิษโควิดระลอก 3
ข่าวสด
6 พฤษภาคม 2564 ( 22:08 )
20
รุดช่วย แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ประกาศขายไต เลี้ยงครอบครัว 10 ชีวิต หลังเจอพิษโควิดระลอก 3

เจอพิษโควิด 3 ระลอก แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ประกาศขายไต หาเลี้ยงครอบครัว 10 ชีวิต หลังถูกสั่งปิดร้านเนื่องจากมีคนติดเชื้อมากิน เผยทั้งบ้านไม่มีเงินติดตัว

 

 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 พ.ค. 2564 นายสิทธิพร กาศสกูล กำนัน ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.แพร่ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดแพร่ รุดไปยังหมู่บ้านรัตนา หมู่ที่ 7 ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ หลังทราบข่าวว่า มีครอบครัวหนึ่งประกาศขายอวัยวะร่างกาย (ไต) เพราะประสบปัญหาเศรษฐกิจ หลังจากเจอวิกฤติโควิด-19 ระบาดในครั้งนี้

 

ที่บ้านหลังดังกล่าว พบนายประครอง สารมโน อายุ 47 ปี นางนัฐนิชา สารมโน อายุ 45 ปี อยู่บ้านเช่าภายในหมู่บ้านรัตนา หมู่ที่ 7 ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ และคนในครอบครัวอีก 10 ชีวิต ทุกคนอายุยังน้อย และมีผู้พิการทางสมองอีก 1 คน เบื้องต้นคณะทั้งหมดได้มอบเงินช่วยเหลือ 7,000 บาท และเงินส่วนตัวของ กำนัน ต.นาจักร อีก 2,000 บาท พร้อมข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องใช้อุปโภคบริโภค

 

นางนัฐนิชา สผู้ที่ประกาศขายไต กล่าวว่า ครอบครัวอพยพมาจาก จ.พะเยา ส่วนสามีเป็นคน จ.เลย เข้ามาทำมาหากินใน จ.แพร่ ประมาณ 21 ปี ยึดอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นแชมป์มาโดยตลอด โดยอาศัยขายหน้าบริษัทไทยสมุทรประกันภัย ในหมู่บ้านไทยสมุทร ถนนยันตรกิจโกศล ติดปั๊มน้ำมัน ปตท. ขายเฉพาะกลางคืนเท่านั้น กระทั่งมีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้รับผลกระทบกับการค้าขายตั้งแต่ระลอกแรก ช่วงเวลาดังกล่าว นายกานต์เปรมปรีดิ์ ชิตานนท์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เข้าช่วยเหลือจนพ้นวิกฤติในระลอกหนึ่ง ส่วนระลอกที่ 2 ครอบครัวยังสู้ไหวกับการเป็นอยู่

นางนัฐนิชา เล่าอีกว่า พอมาระลอกที่ 3 มีการกำหนดเวลาเปิด-ปิดร้านอาหาร ที่สำคัญมีผู้ติดเชื้อรายที่ 12 ของ จ.แพร่ มานั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน ทางจังหวัดจึงมีมาตรการให้ล้างพื้นที่และหยุดขายก๋วยเตี๋ยว เฝ้ารอดูอาการถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง เมื่อต้องหยุดขายก๋วยเตี๋ยวถึง 14-15 วัน จากทุนเดิมค่าครองชีพไม่พอใช้จ่ายอยู่แล้วทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ และค่าใช้จ่ายประจำวันอีกมากมาย เมื่อมีวิกฤติในยามนี้ ตนสงสารลูกๆ และหลาน รวมถึงน้องสาวที่ป่วยทางสมองอีกหนึ่งคน

 

 

"ทุกวันนี้ทุกคนในบ้านได้กินข้าวกันเพียงวันละ 2 มื้อเท่านั้น คือกลางวันและมื้อค่ำ ส่วนมากจะเป็นมาม่าและไข่เป็นหลัก ส่วนข้าวไปซื้อทีละมื้อมาหุงกิน หากมีเงินพอก็จะไปซื้อมาไว้ทีละมื้อ ตอนนี้ไม่มีเงินติดตัวและในบ้านเลย คิดอะไรไม่ออกมองหนทางข้างหน้ามืดแปดด้าน จึงปรึกษาสามีว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างที่จะให้คนในครอบครัว 10 ชีวิตและตัวเองรอดพ้นวิกฤตินี้ได้ คือบอกกล่าวต่อๆ กันว่าจะขายอวัยวะร่างกายส่วนไหนส่วนหนึ่งที่มีผู้ต้องการ" นางนัฐนิชา กล่าว

 

 

ด้านนางอนงค์ เจริญวัย พัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ จังหวัดแพร่ กล่าวว่า หลังจากได้รับทราบข่าวเรื่องนี้ก็ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบ หน่วยงานที่สังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มี 3 หน่วยงาน จึงมอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นกรณีฉุกเฉิน จำนวน 7,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน ส่วนในเดือนต่อๆ ไปก็จะมอบอีกจำนวนหนึ่ง ในระยะยาวก็จะหาอาชีพหรือแนวทางการอื่นๆ หรือประสานองค์กรเอกชนมาช่วยเหลือต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง